ส่องกฎเหล็กเชือด!! ขายตรงหัวหมอ ให้ข้อมูลบิดเบือน – ลวงโลก จัดหนักทั้งจำและปรับ

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 105 ครั้ง

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อัพเดตตัวเลขล่าสุด สรุปรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจขายตรง ที่จดทะเบียนกับ สคบ. และได้วางหลักประกันตามกฎกระทรวง การวางหลักประกันการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2561 มีรวมทั้งสิ้น 837 บริษัท (ตัวเลข ณ วันที่ 9 เมษายน 2563) แบ่งเป็น รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง 335 บริษัท และรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจขายตรง 502 บริษัท (โดยบางบริษัทจะต้องเข้ารับการจดทะเบียนทั้ง 2 รูปแบบตามลักษณะการประกอบธุรกิจ)

ทั้งนี้ กฎหมายใหม่นี้ออกมาเพื่อล้อมกรอบการทำธุรกิจอย่างโปร่งใสมีหลักจรรยาบรรณ และมีรับผิดชอบต่อสังคม โดยคาดหวังคัดกรองขายตรงน้ำดีและเยียวยาผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายอย่างทันท่วงที แต่ทว่าก็ยังพบปัญหาของการดำเนินธุรกิจขาดความโปร่งใส สอดแทรกแผนธุรกิจที่บิดเบือนไม่ตรงตามที่ขออนุญาต สร้างมูลค่าความเสียหายอย่างหนัก

จึงขอย้ำเตือน !! บริษัทขายตรง ที่ประกอบธุรกิจโดยใช้แผนการตลาด “ไม่ตรงตามที่ขออนุญาต” ไม่ว่าช่องทางใด มีความผิดในคดีต่อมาต่างๆ ดังนี้
1.นำเข้าข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 แก้ไขใหม่ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 (1) ผู้ใดโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน มันไม่ใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น การสร้างเว็บไซต์ปลอม เพื่อหลอกลวงให้บุคคลอื่นกรอกข้อมูลส่วนบุคคลแล้วผู้กระทำความผิดนำข้อมูลของบุคคลนั้นไปใช้ให้เกิดความเสียหายการหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ หรือกรณีการหลอกลวงในรูปแบบอื่นๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้กฎหมายมุ่งคุ้มครองประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ กฎหมายดังกล่าวยังครอบคลุมถึงผู้ให้บริการผู้ใดให้ความร่วมมือยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดตามมาตรา 14 โดยเฉพาะมาตรา 14 (1) ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกันกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 14 โดยกำหนดองค์ประกอบความผิดที่ให้ผู้บริการต้องรับโทษ จะต้องเป็นกรณีที่ผู้ให้บริการรู้อยู่แล้วว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในความควบคุมของตนเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 14 แล้วยังให้ความร่วมมือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของตนอยู่ สำหรับโทษของการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นมามีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. ฉ้อโกงประชาชน เข้าข่ายหรือไม่ เพราะถือว่าปกปิด คำว่าฉ้อโกงประชาชนนั้นเป็นการทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้งและการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามหรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่ 3 ถอนหรือทำลายเอกสารสิทธิ์ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกงและถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนด้วยการปกปิดข้อเท็จจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชนผู้กระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและถ้าการหลอกลวงนั้นเป็นการหลอกลวงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นหรืออาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกซึ่งเป็นเด็กหรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวงก็จะมีโทษหนักขึ้นคือจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 14,000 บาท

3. ถ้าระดมทุนการันตีการจ่ายให้ผลตอบแทนเกินกว่าที่ธนาคารกำหนด ก็จะเข้ากู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน สำหรับความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 กู้ยืมเงินหมายความว่ารับเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าในลักษณะของการรับฝากการกู้การยืมการจำหน่ายบัตรหรือสิ่งอื่นใดการรับเข้าเป็นสมาชิกการรับเข้าร่วมลงทุนการรับเข้าร่วมกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือในลักษณะอื่นใดโดยผู้กู้ยืมเงินหรือบุคคลอื่นจ่ายผลผลประโยชน์ตอบแทนหรือตกลงว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ให้กู้ยืมเงินทางนี้ไม่ว่าจะเป็นการรับเพื่อตนเองหรือรับในฐานะตัวแทนหรือลูกจ้างของผู้กู้ยืมเงินหรือของผู้กู้ให้กู้ยืมเงินหรือในฐานะอื่นใดและไม่ว่าการรับหรือจ่ายเงินทรัพย์สินผลประโยชน์อื่นใดหรือผลประโยชน์ตอบแทนนั้นจะทำด้วยประการใดๆ โดยกฎหมายนี้ห้ามผู้ใดโฆษณาหรือประกาศให้ปรากฏต่อประชาชนหรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ปรากฏแก่บุคคลตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปว่าในการกู้ยืมเงินต้นหรือบุคคลใดจะจ่ายผลตอบแทนให้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะเพิ่งจ่ายได้โดยที่ตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าตนหรือบุคคลนั้นจะนำเงินมาจากผู้ให้กู้ยืมรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้นั้นกู้ยืมเงินหรือโดยที่ตนรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าตนหรือบุคคลนั้นไม่สามารถประกอบกิจการใดโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลตอบแทนเพียงพอที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้และในการนั้นเป็นเหตุให้ตนหรือบุคคลใดได้กู้ยืมไป

สำหรับอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 500,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท และ ปรับอีกวันละไม่เกิน 1,000 บาทตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืนอยู่