ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 164 ครั้ง

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ สร้างอิสระครั้งใหม่ #BeyondTheNewNormal เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ประกันรถเปิดปิด แบบ Top-up บนแคมเปญ #คุ้มครองใหญ่แต่จ่ายเล็กทประกันรถที่ เปิดปิด และ Top-up ได้ให้ความประหยัดยืดหยุ่น และแฟร์กว่าพร้อมเป็นสื่อกลางจัดกิจกรรม เติมเต็มกำลังใจช่วยคนไทย ก้าวข้ามวิกฤตCOVID-19

เทพพันธ์ อัศวะธนกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านนวัตกรรมประกันภัย เปิดงาน “Beyond the New Normal: เติมเต็มกำลังใจช่วยคนไทย กับ ประกันรถเปิดปิด แบบ Top-up ผ่านช่องทางออนไลน์ ร่วมกับ Influencers รุ่นใหม่ชื่อดังของไทยอีกมากมาย

“เรายึดตาม Slogan ของ ประกันภัยไทยวิวัฒน์คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต ตลอดมา และจากวิกฤต COVID-19 ได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถือได้ว่าเป็นความท้าทายใหม่ที่มาพร้อมกับโอกาส และทางไทยวิวัฒน์จึงได้สร้างสรรค์พัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้คนไทยก้าวข้ามไปสู่ New Normal ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคง

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ได้สร้างประสบการณ์ใหม่ให้เกิดขึ้นในวงการประกันภัยอย่างต่อเนื่อง โดยการนำ insights ของผู้บริโภค ประกอบกับ เทคโนโลยีใหม่และความคิดสร้างสรรค์ของทีมงาน มาพัฒนานวัตกรรมประกันภัยเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เอาประกันโดยที่ผู้บริโภคเองก็อาจคาดไม่ถึง  เช่นเดียวกับ สถานการณ์ปัจจุบันที่แม้ทุกคนจะไม่ได้คาดคิด ว่าเราจะต้องมาเว้นระยะห่างทางสังคม หยุดการเดินทางที่ไม่จำเป็น พร้อมทั้งรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและวางแผนทางการเงินให้ดีเพื่อปรับตัวให้ผ่านวิกฤต COVID-19 ครั้งนี้ไปให้ได้ ทางไทยวิวัฒน์ก็ได้เตรียมความพร้อมเป็นตัวช่วยเพื่อให้ผู้บริโภคก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างอุ่นใจโดยที่ผู้บริโภคอาจไม่คาดคิดมาก่อน

ทั้งในเรื่องสุขภาพ ประกันสุขภาพ Thaivivat Active Health ได้ให้แรงผลักดัน ให้ผู้เอาประกันภัยออกกำลังกายเป็นประจำด้วยการให้รางวัลส่วนลดค่าเบี้ยประกันจากการออกกำลังกายทุกเดือนสูงถึง 40% และนำอุปกรณ์ Smartwatch จาก Brand ชั้นนำอย่าง Garmin และ Fitbit มอบให้ลูกค้าโดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งในสถานการณ์การระบาด COVID-19 เช่นนี้ การรักษาร่างกายให้แข็งแรงเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญเลยทีเดียว พร้อมกันนี้ทางไทยวิวัฒน์ได้จัด Content การออกกำลังกายที่ลูกค้าสามารถทำได้เองที่บ้านเพื่ออำนวยความสะดวกในการออกกำลังกายในช่วงที่เราต้องเว้นระยะห่างทางสังคม และแม้ไม่สามารถออกไปใช้บริการจากยิมหรือฟิตเนสต่างๆ ได้ ไทยวิวัฒน์เองก็ได้ปรับลดเกณฑ์การออกกำลังกายในแต่ละสัปดาห์ให้ทำได้ง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน พร้อมกันนี้นอกจากการรักษาร่างกายให้แข็งแรงแล้ว ไทยวิวัฒน์ก็เป็นที่เดียวที่ได้มอบความคุ้มครองพิเศษให้ลูกค้าประกันสุขภาพ Thaivivat Active Health ให้สามารถเบิกค่าตรวจคัดกรอง COVID-19 ได้อีกด้วย ซึ่งประกันสุขภาพทั่วไปจะไม่คุ้มครองในส่วนนี้นอกเสียจากได้รับการรักษาจริงจากโรคที่ตรวจเจอเท่านั้น สิ่งเหล่านี้เป็นข้อพิสูจน์ว่าไทยวิวัฒน์ได้คิดเผื่อและใส่ใจเพื่อทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภคได้จริง

นอกจากเรื่องสุขภาพแล้วเรื่องการเดินทางก็เป็นอีกเรื่องที่ทุกคนต้องปรับตัวในสถานการณ์ความปกติใหม่นี้ เราทุกคนอาจไม่ทราบอย่างแน่ชัดว่าเราจะสามารถกลับมาเดินทางตามปกติได้เมื่อไหร่ ซึ่งประกันเดินทางเปิดปิดของไทยวิวัฒน์ ก็เป็นที่แรกและที่เดียวที่ให้ผู้เอาประกันสามารถปรับเปลี่ยนวันเดินทางได้เอง พร้อมทั้งสามารถเพิ่มหรือลดวันเดินทางได้เช่นกัน ผ่านทางแอปพลิเคชัน‘Thaivivat Travel’ และถ้าลูกค้าท่านใดมีความจำเป็นต้องเดินทางในช่วงนี้หรือในอนาคตอันใกล้นี้ ก็อุ่นใจได้ เนื่องจาก ประกันเดินทางของไทยวิวัฒน์ ได้เพิ่มความคุ้มครองเรื่อง การรักษาต่อเนื่องในไทยจากปกติ 7 วัน เป็น 21 วัน เพื่อให้ครอบคลุมระยะฟักตัวของ COVID-19ด้วยเช่นกัน

ในด้านของประกันภัยรถยนต์ ไทยวิวัฒน์ เป็นที่เดียวที่ให้ผู้บริโภคสามารถจ่ายค่าเบี้ยตามการใช้รถจริง ด้วยประกันรถเปิดปิด ทำให้ผู้ใช้รถสามารถประหยัดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ได้ถึง 40% ซึ่งเหมาะกับ สถานการณ์ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ที่ผู้คนมีการใช้รถน้อยลง จากการ Work From Home และการรณรงค์ให้อยู่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า คุณอู๋ Spin 9 หรือ อติชาญ เชิงชวโน กูรูด้านรถยนต์และเทคโนโลยี   YouTuber ชื่อดังอันดับต้นๆ ของไทย ก็เป็นหนึ่งในลูกค้าจริงที่เลือกเปลี่ยนจากประกันรถรายปีทั่วไปมาเป็นประกันรถเปิดปิด คุณอู๋ได้แชร์ถึงประสบการณ์การใช้งานประกันรถเปิดปิดว่า นอกจากจะประหยัดค่าเบี้ยประกันรถของผมทุกปีจากหลายหมื่นเหลือเพียง 7 พันกว่าบาทแล้ว สิ่งที่ผมประทับใจมากคือ การใช้งานที่เรียกได้ว่า Seamless เลยครับ การเปิด-ปิดประกันแบบอัตโนมัติ เมื่อสตาร์ท และ ดับเครื่องยนต์ ประกันก็จะเปิด-ปิดให้เอง ผ่านอุปกรณ์ IoT ที่เรียกว่า TVI Connectและจะมีการแจ้งเตือนทุกครั้งผ่านทางแอปพลิเคชัน‘Thaivivat Motor’ แต่ถึงผมจะไม่เปิด App หรือมือถือผมจะแบตหมด การเปิดปิดก็ทำให้เองทั้งหมดผ่านทาง TVI Connect ตัวนี้ที่ทางไทยวิวัฒน์มอบให้มาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ ทำให้ใช้งานง่าย สะดวก แบบไม่ต้องกังวลเรื่องการลืมเปิดหรือปิดประกันเลยครับ และเรื่องความคุ้มครองก็สบายใจได้ เพราะประกันรถเปิดปิดคุ้มครองให้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เราจ่ายค่าเบี้ยเฉพาะเวลาที่ใช้รถแต่ได้รับความคุ้มครองครบเหมือนเดิมครับและที่สำคัญการบริการด้านอื่นๆก็ดีกว่าประกันทั่วไปมากครับ  ไม่ว่าจะเป็นการต่อประกัน หรือ การแจ้งเหตุก็ทำได้เองผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้เราสะดวกมากขึ้นในยุคของการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับตัวเราเอง

ประกันรถเปิดปิด ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้รถโดยทั่วไปที่ใช้รถอยู่เฉลี่ยไม่เกินวันละ 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะผู้ที่ขับรถส่วนใหญ่เพื่อไปทำงานและกลับบ้าน ส่งผลให้ประกันรถเปิดปิดมีอัตราการต่ออายุที่สูงในตลาดประกันรถยนต์ แต่ในวันนี้ทางไทยวิวัฒน์ สามารถพัฒนารูปแบบของประกันรถเปิดปิดให้ตอบโจทย์สถานการณ์ความปกติใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม ในรูปแบบของ ประกันรถเปิดปิด แบบ Top-up ประกันรถยนต์รูปแบบใหม่ ที่ได้เพิ่มความพิเศษ ให้กับการทำประกันรถยนต์ นอกเหนือจากการเปิดปิดประกันแล้ว ในวันนี้ผู้ใช้งานยังสามารถ Top-up เพิ่มชั่วโมงประกันได้เอง ทำให้ผู้ใช้รถประหยัดค่าเบี้ยเพิ่มมากขึ้น และยังสามารถทยอยจ่ายค่าเบี้ยประกันตามที่ใช้งานจริง ซึ่งหมายความว่าหากใช้รถน้อยก็จะสามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันรถทั้งปีลดลงได้สูงถึงประมาณ 70%

ยกตัวอย่างเช่นประกันรถยนต์ ชั้น 1 จากราคาเบี้ยในท้องตลาดของประกันรายปีทั่วไปค่าเบี้ยจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทต่อปี ส่วนประกันรถเปิดปิดแบบ Top-up ราคาเริ่มต้นทั้งปี สำหรับประกันชั้น 1 จะคงเหลือเพียง 4,900 บาท เท่านั้น ทั้งนี้จะมีระยะเวลาความคุ้มครองเริ่มต้นให้ที่ 50 ชั่วโมง

ในกรณีนี้หากผู้ใช้บริการต้องการจำนวนชั่วโมงความคุ้มครองเพิ่ม ก็สามารถ Top-up ชั่วโมงความคุ้มครองได้เองตลอดเวลา ผ่านทางแอปพลิเคชัน‘Thaivivat Motor’ ในราคาเริ่มต้นสำหรับประกันชั้น 1 เพียง 400 บาท ต่อ ทุกๆ 50 ชั่วโมงความคุ้มครอง ทำให้ผู้ใช้รถจ่ายค่าเบี้ยประกันเฉพาะเท่าที่ใช้งานรถจริง  หรือค่อยๆ ทยอยจ่ายค่าเบี้ยตามที่จำเป็นเท่านั้น

นอกจากประกันชั้น 1 แล้ว ยังมีประกันชั้น 2+ และ ชั้น 3+ ให้ลูกค้าเลือกได้ตามความเหมาะสมเช่นกัน โดยราคาเบี้ยประกันชั้น 2+ ต่อปีเริ่มต้นเพียง 2,900 บาท และ ราคาเบี้ยประกันชั้น 3+ ต่อปีเริ่มต้นเพียง 2,700 บาท ซึ่งการ Top-up เติมชั่วโมงของประกันชั้น 2+ และ ชั้น 3+ จะอยู่ที่ 300 บาทต่อ 50 ชั่วโมงเพียงเท่านั้น

ทั้งนี้ในโอกาสการเปิดตัวประกันรถเปิดปิด แบบ Top-up ท่ามกลางความปกติใหม่นี้  คุณเทพพันธ์ กล่าวต่อว่า เนื่องด้วยประกันรถเปิดปิดได้เปิดตัวมาครบรอบ 3ปีเต็มแล้ว ไทยวิวัฒน์ขอมอบ โปรโมชันส่วนลดสูงสุดถึง 1,000 บาทให้กับลูกค้าประกันรถเปิดปิด แบบ Top-up จำนวน 3,000 กรมธรรม์แรก โดยให้ส่วนลดค่าเบี้ยประกัน  500 บาท สำหรับกรมธรรม์ประกันรถเปิดปิด แบบ Top-up ชั้น 2+ และชั้น 3+ และกรมธรรม์ประกันรถเปิดปิด แบบ Top-up ชั้น 1 ให้ส่วนลดค่าเบี้ยประกัน1,000 บาท

ซึ่งหมายความว่า ผู้ที่สนใจสามารถทำประกันรถชั้น 1 ได้ ในราคาเริ่มต้นจาก 4,900 บาท เหลือเพียง 3,900 บาทเท่านั้น โปรโมชันดังกล่าว จะมอบให้กับผู้ทำประกันรถเปิดปิด แบบ Top-up เป็นจำนวน 3,000 กรมธรรม์แรก ตั้งแต่วันนี้ –  30 มิถุนายน 2563 และสามารถทำประกันล่วงหน้าได้ถึง 1 ปี ถ้าประกันรถใครยังไม่หมดก็สามารถสมัครล่วงหน้าเพื่อรับสิทธิ์ดังกล่าวได้เช่นกัน

พร้อมกันนี้ได้เปิดตัวสิทธิพิเศษ สำหรับลูกค้าประกันรถเปิดปิด แบบ Top-up และ ประกันรถเปิดปิด แบบ Package 4 เดือนขึ้นไป สามารถเรียกใช้บริการทำความสะอาดรถและอบโอโซนถึงที่บ้าน ฟรี! มูลค่า 550 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat Motor โดยความร่วมมือกับผู้ให้บริการ INSTAWASH โดยสามารถรับสิทธิ์ได้ฟรี จำนวน 50 สิทธิ์ ต่อเดือน วันนี้ – 30 กันยายน 2563

นอกจากประกันรถเปิดปิด แบบ Top-up จะจัดโปรโมชันเพื่อช่วยเหลือผู้ทำประกันภัยแล้ว ยังนำรายได้ส่วนหนึ่งที่ได้จากเบี้ยประกันรถเปิดปิดนี้ เพื่อนำไปสมทบทุนจัดหาและบริจาคตู้ตรวจคัดกรอง COVID-19 (Modular Sward Units) มอบให้กับ 10 โรงพยาบาลรัฐ ในเครือข่ายสถาบันแพทยศาสตร์ทั่วประเทศ  ผู้ที่สนใจทำประกันรถเปิดปิดTop-up สามารถสมัครประกันได้ง่ายๆ ผ่านทาง www.thaivivat.co.th หรือ โทร 02-200-7000

อย่างไรก็ตามนอกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว ประกันภัยไทยวิวัฒน์ยังจัดรายการ LIVE ในรูปแบบ Variety Talk and Charity ต่อเนื่องอีก 2 วัน ในวันที่ 21 และ 23 พฤษภาคม 2563 ทาง Facebook Page: Thaivivat Insurance – ไทยวิวัฒน์ รูปแบบใหม่โดย ประกันภัยไทยวิวัฒน์ X บวกกับแบม ที่เชื่อมต่อครอบครัวไทยวิวัฒน์เข้าด้วยกัน พูดคุยเน้นๆ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด รวมถึงเติมเต็มกำลังใจให้ฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้