ร่วมด้วยช่วยกัน !! สุดแสบ ธนาคารชื่อแปลก อาจเข้าข่ายหลอกลวง ระบาดหนักภาคเหนือ-อีสาน ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น ร้องเรียน ร้องทุกข์ หรือแจ้งเบาะแส

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 1,198 ครั้ง

 

เกิดคำถามขึ้นมากมายในเว็บไซต์ชื่อดัง ถึงที่มาของ ธนาคารชื่อแปลก และเมื่อได้เจาะลึกถึงที่มาของชื่อพิลึกกึกกือนี้ก็ต้องขอบอกว่า อีกหนึ่งรูปแบบ “แก๊งลวงโลกสุดแสบ” ที่ทางหน่วยงานราชการกำลังเดินหน้าปราบปราม

สำหรับวิธีการล่อเหยื่อ เริ่มจากจัดฉากเจ้าของโครงการได้บรรยายเชิญชวนให้เข้าร่วมโครงการจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1% ต่อปี จากนั้น ปฏิบัติตามหลักการธนาคาร คือ 1.ซื้อสินค้าเดือนละ 300 บาท ซื้อติดต่อกัน 4 เดือน และ 2. คนที่สมัครขอกู้แล้วต้องไปหาสมาชิกมาเพิ่มอย่างน้อย 2 คน ภายใน 1 สัปดาห์ โครงการจะให้กู้เงินจำนวน 500,000 – 2,500,000 บาท ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์

ส่วนพื้นที่ที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพลวงโลกจะใช้วิธีเช่าสถานที่ตึกแถว อาคารพาณิชย์เป็นศูนย์ประสานงาน ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคเหนือ-อีสาน เช่นที่ผ่านมาที่ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นต้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 จากที่ว่าการอำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ ได้แจงหนังสือราชการถึง “กำนันทุกตำบล ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน” เกี่ยวกับการมีกลุ่มบุคคลซึ่งอาจเข้าข่ายลักษณะหลอกลวงเชิญชวนประชาชนในพื้นที่สมัครสมาชิกและจ่ายเงินรายเดือนแล้วสามารถกู้เงินได้ในวงเงินที่ค่อนข้างสูง โดยใช้ “แกนนำ” คนในพื้นที่มาบรรยายเชิญชวนให้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกที่ควรระวัง

โดยหนังสือที่ออกไปนี้ เพื่อให้นำไปประชาสัมพันธ์บอกต่อประชาชนหรือลูกบ้านไม่ให้หลงกล กลลวงโลก ของธนาคารชื่อแปลกแห่งนี้ที่กำลังอาละวาดอย่างหนัก และพบว่าขณะนี้มีประชาชนบางส่วนสมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าวแล้วหลายสิบราย เพื่อรอคอยความหวังในการกู้ยืมเงินล้าน โดยก่อนหน้านี้มีแกนนำซึ่งเป็นคนในพื้นที่ได้เดินหาสมาชิกตามหมู่บ้าน/ชุมชน และนัดประชุมบรรยายชี้แจ้งเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว

ช่องทางร้องเรียน ร้องทุกข์ หรือแจ้งเบาะแส เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อจากการหลอกลวงในรูปแบบแชร์ลูกโซ่ที่ในปัจจุบันมีจำนวนผู้เสียหายเพิ่มมากขึ้น ทั้งการชักชวนจากคนใกล้ชิด หรือการชักชวนผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ รัฐบาลจึงเปิดช่องทางอำนวยความสะดวกประชาชนให้สามารถร้องเรียน ร้องทุกข์ แจ้งเบาะแสได้ ประกอบด้วย

สายด่วนดีเอสไอ 1202 www.dsi.go.th / สายด่วน สคบ.1166 / ติดต่อด้วยตนเองที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) / ติดต่อผ่านสายด่วน 1202 หรือ 0-2831-9888 / ติดต่อผ่านเว็บไซต์ www.dsi.go.th หรือ opm.1111.go.th / ติดต่อผ่านเฟซบุ๊ก “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” / ติดต่อผ่านศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคทั่วประเทศ และติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน “DSI Map Extended”
โดยผู้กระทำผิดในคดีแชร์ลูกโซ่จะต้องโทษจำคุกตั้งแต่ 3 – 5 ปี พร้อมโทษปรับวันละ 1 หมื่นบาท และอาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ