BKI ทำเบี้ยไตรมาสแรกฉลุย เติบโต 25.3% คาดเป้าทั้งปี 22,800 ล้านบาท พร้อมต่อยอดพัฒนากรมธรรม์ 3 โรคกวนใจเพิ่มภัยโควิด

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 141 ครั้ง

กรุงเทพประกันภัย เผยผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2563 ด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวม ที่เพิ่มขึ้นถึง 25.3% หรือเท่ากับ 6,136.1 ล้านบาท มีกำไรสุทธิจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 328.5 ล้านบาท และรายได้สุทธิจากการลงทุน 459.7 ล้านบาท กำไรก่อนภาษีเงินได้ 788.2 ล้านบาท และเมื่อหักภาษีเงินได้แล้ว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 668.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเท่ากับ 6.28 บาท

 

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI คาดว่า ผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสสองมีแนวโน้มเป็นไปตามเป้าหมายแต่การเติบโตอาจแผ่วลงจากการได้รับผลกระทบของสถานการณ์การแพร่เชื้อไวรัส COVID-19 สำหรับแนวโน้มธุรกิจประกันวินาศภัยไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 เล็งเห็นว่า ยังมีปัจจัยบวกหลายประการที่จะส่งผลดีต่อธุรกิจ แม้ปัจจุบันธุรกิจประสบกับความท้าทายทั้งจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างชัดเจน การส่งออกหดตัว ยอดขายรถยนต์ใหม่ที่ชะลอตัวอย่างมาก และผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตมนุษย์และการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ซึ่งปัจจัยบวกที่จะสร้างโอกาสให้กับธุรกิจประกันวินาศภัย ได้แก่

การที่ผู้บริโภคตระหนักมากขึ้นถึงความเสี่ยงภัยด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เห็นได้จากตัวเลขผู้ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยไวรัส COVID-19 มีจำนวนมาก (ข้อมูล: คปภ. ณ 17 เมษายน เท่ากับ 8.15 ล้านกรมธรรม์) ซึ่งกลุ่มนี้จะกลายเป็นฐานลูกค้าที่มีศักยภาพในการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพประเภทอื่นๆ ต่อไป

แนวโน้มของอัตราค่าสินไหมทดแทนของประกันสุขภาพที่จะลดลงจากการใช้ชีวิตแบบ New Normal เช่น การสวมหน้ากากอนามัย, การล้างมือเป็นประจำ, Social Distancing รวมทั้งการเข้มงวดด้านมาตรฐานความสะอาดและอนามัยในสถานที่ต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้การเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อทางเดินหายใจต่างๆ ลดน้อยลง เช่นเดียวกับความกังวลในเรื่องการระบาดของ COVID-19 ทำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น หรือรักษาตัวเองเมื่อเจ็บป่วยเล็กน้อย

มาตรการผ่อนคลายของสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้บริษัทประกันภัยมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เช่น การอนุญาตให้จำหน่ายประกันภัยระยะสั้นเป็นรายวัน รายเดือนหรือรายไตรมาส, การอนุญาตให้สามารถผ่อนชำระเบี้ยประกันภัยรถยนต์ได้กับบริษัทประกันภัยโดยตรง, การให้จัดส่งกรมธรรม์แบบ e-Policy ให้ลูกค้าได้ นอกจากนี้ การเลื่อนการ บังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลออกไปอีก 1 ปี ทำให้ช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการลงไปได้อีกระดับหนึ่ง โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมของภาครัฐที่มีแผนจะเปิดประมูลและเซ็นสัญญาก่อสร้างในปีนี้ส่วนใหญ่ยังคงดำเนินการต่อไปตามแผนที่ตั้งไว้ อัตราเบี้ยประกันภัยต่อในตลาดโลกที่ยังคงเพิ่มขึ้นจากความเสียหายของมหันตภัยในปีที่ผ่านมา ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัย IAR ในปีนี้ไม่สามารถตัดราคาเพื่อการแข่งขันได้เหมือนที่ผ่านมา

การท่องเที่ยว ตัวขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยการท่องเที่ยวภายในประเทศจะเริ่มดำเนินการได้ภายในไตรมาส 3 และจะเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้ภายในเดือนตุลาคม (ที่มา: ททท.)

ดร.อภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับกรุงเทพประกันภัยยังคงคาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายเบี้ยประกันภัยที่ตั้งไว้ 22,800 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 โดยมีแผนและกลยุทธ์ทางธุรกิจที่รองรับโอกาสและความท้าทายข้างต้น ดังนี้ การรักษาอัตราการต่ออายุและขยายฐานลูกค้ารายย่อย ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีอัตราการต่ออายุกรมธรรม์มากกว่า 90% การรับประกันภัยงานภาครัฐ ซึ่งยังมีแนวโน้มที่ดี โดยคาดจะได้เบี้ยจากเมกะโปรเจกต์ ผนวกกับเบี้ยประกันภัยข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพิ่มขึ้นกว่า 500 ล้านบาท

การเล็งเห็นโอกาสของตลาดประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ ที่ลูกค้าตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพและการป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น บริษัทจึงได้พัฒนาออกผลิตภัณฑ์กรมธรรม์ประกันสุขภาพให้ความคุ้มครองครอบคลุมถึงประกันภัย COVID-19 (ประกันภัย 3 โรคกวนใจเพิ่มภัยโควิด) และได้นำบริการ Telemedicine เข้ามาให้บริการลูกค้าในปัจจุบัน และพร้อมจะขยายการให้บริการในรูปแบบใหม่เพิ่มเติมในเร็วๆ นี้

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความคุ้มครองที่เหมาะสมกับพฤติกรรมและกำลังซื้อของลูกค้าในสภาวการณ์เช่นนี้ เช่น การออกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ ราคาประหยัด คุ้มครองระยะสั้น เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้รถยนต์ของผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์การระบาด COVID-19 รวมทั้งการขานรับนโยบายของสำนักงาน คปภ.ในการออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถผ่อนชำระเบี้ยได้สูงสุดถึง 180 วัน การขยายความคุ้มครองให้ลูกค้าที่แจ้งหยุดใช้รถชั่วคราว

และการขยายงานในตลาดอาเซียนที่มีแนวโน้มเติบโตจากการขยายการลงทุนของนักลงทุนไทย โดยคาดว่าจะมีเบี้ยประกันภัยรับต่อเพิ่มขึ้นกว่า 100 ล้านบาท

นอกจากนี้แล้ว บริษัทยังได้เพิ่มการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องในการยกระดับคุณภาพการให้บริการ พร้อมรองรับ New Normal Lifestyle ด้วยการปรับเปลี่ยน Core Business System (CBS) ขยายการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (Robotic Process Automation: RPA) มาปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งด้านรับประกันภัยและสินไหมทดแทนเพื่อให้ลูกค้าและคู่ค้าได้รับความสะดวกรวดเร็วขึ้นแล้ว บริษัทฯ ยังได้ตั้งเป้าเป็น Data Driven Organization โดยการปรับปรุงระบบ Enterprise Data Warehouse ของบริษัทฯ เพื่อใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ สนับสนุนการทำงานและการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในปัจจุบันที่ยังคงต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อที่อาจจะเพิ่มขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาต่อยอดขยายความคุ้มครองด้านการประกันภัยเพื่อดูแลลูกค้าและประชาชนให้ได้รับความคุ้มครองอย่างครอบคลุมในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่จะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดต่างๆ ที่มาในช่วงฤดูฝน ตลอดจนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ของโลกที่ยังไม่คลี่คลายและอาจจะกลับมาระบาดใหม่ได้อีกครั้ง ดังนั้นจึงต้องเตรียมตัวรับมือเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ซึ่งโรคที่มักจะระบาดในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคที่มียุงเป็นพาหะ เช่น ไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา เป็นต้น และโรคมือ เท้า ปากเปื่อย โดยโรคระบาดเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะไม่รุนแรงมากแต่ก็ค่อนข้างมีความเสี่ยงและอาจจะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้สำหรับคนบางกลุ่มโดยเฉพาะเด็กและผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะคนไข้ที่เป็นโรคเหล่านี้อาจจะต้องใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างน้อย 2-7 วัน หรืออาจจะนานกว่า 1 สัปดาห์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น การแสดงอาการ ความรุนแรงของอาการ เป็นต้น และค่ารักษาโดยเฉพาะในโรงพยาบาลเอกชนมีค่าใช้จ่ายต่อวันค่อนข้างสูง ยิ่งสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) อีกด้วยแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังและดูแลสุขภาพและคนใกล้ชิดให้มากขึ้นกว่าเดิม

บริษัทจึงได้พัฒนาแผนประกันภัยใหม่ ภายใต้ชื่อว่า 3 โรคกวนใจ เพิ่มภัยโควิด ที่ยังคงใส่ใจในรายละเอียดที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการและยึดถือประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญเช่นเดิม ด้วยจุดเด่นที่สำคัญเหมาะสมกับสถานการณ์ความเสี่ยง