การเรียน Online ในยุค New Normal

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 146 ครั้ง

นพ.อดิษฐ์ อิงคตานุวัฒน์ กุมารแพทย์ รพ.เปาโลโชคชัย 4

เมื่อเราเข้าสู่ยุค New Normal หลายๆ สถานการณ์ มีการปรับเปลี่ยน พฤติกรรม ชีวิตประจำวัน รวมถึงเด็กๆ ในเรื่องของการศึกษาด้วย เมื่อเด็กๆ ต้องอยู่บ้าน เรียนออนไลน์มากขึ้น จะเกิดผลดีหรือเสียอย่างไร วันนี้ คุณหมออดิศร์ อิงคตานุวัฒน์ กุมารแพทย์ ประจำศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลเปาโลโชคชัย 4 จะมาคลายข้อข้องใจ

ข้อดีของการเรียน Online นอกจาก สามารถควบคุมโรคได้ หรือการเรียน ที่เปิดกว้างมากขึ้นแล้ว ที่เห็นได้ชัดเลย คือ ลดขั้นตอน สะดวกสบาย และง่ายยิ่งขึ้น อาทิ เด็กไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปโรงเรียน แต่ต้องแยกแยะก่อนว่าวิชาบางวิชาไม่สามารถ เรียน Online ได้ เช่น พละศึกษา ศิลปะ ดนตรี เป็นต้น ซึ่งเด็กในช่วงวัยอนุบาล หรือ ประถมต้น หมอคิดว่าการเรียนที่โรงเรียนดีกว่า เพราะไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่เด็กเล็ก สิ่งที่ต้องการมากกว่านั้น คือการได้ใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น การฝึกระเบียบวินัย และการปรับตัวเพื่อเข้าสังคม การไปโรงเรียน ไปเจอครู เจอเพื่อน ตัวเด็กเองไม่สามารถทำทุกอย่างที่ต้องการได้เหมือนอยู่ที่บ้าน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีเด็กหลายคนอยู่บ้านไม่กินผัก แต่เมื่อไปโรงเรียนเห็นเพื่อนกินผัก ก็ต้องกิน

ส่วนเด็กโต ในการเรียน Online ก็จะมีข้อเสียตามมาหลายอย่าง สิ่งแรกเลย ในอนาคตโรคออฟฟิศซินโดรม จะไม่ได้มีแค่ผู้ใหญ่ ถ้าเด็กจ้องคอมพิวเตอร์นานๆ แน่นอนสิ่งแรกที่เกิดคือผลเสียต่อสายตา แต่ที่แย่ไปกว่านั้น คือจะเกิดความ “เกร็ง” ส่งผลเสียต่อเนื่อง ไปยังกล้ามเนื้อคอและหลังตามมาได้ อาจจะต้องมีการขยับบ้าง อย่างน้อย ๆ ต้อง 30 นาทีต่อครั้ง
อีกหนึ่งอย่าง คือ การเรียน Online เด็กจะควบคุมสมาธิในการเรียนได้ยาก เพราะเป็นการสื่อสารทางเดียว และปัญหาที่หมอเจอ ณ ตอนนี้ คือ “น้ำหนักขึ้น” มีเด็กหลายๆ คน ที่มารพ.ในช่วงนี้ อ้วนขึ้น

ตอนนี้ แผนกกุมารแพทย์ รพ.เปาโล โชคชัย 4 มีมาตรการการป้องกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเด็ก มีการแยกตึกออกมาโดยชัดเจน ภายในตึกเองก็มีการแยกโซนของเด็กป่วย และเด็กปกติที่มาเพื่อแค่ฉีดวัคซีน หรือ ตรวจสุขภาพ ตามหมอนัด แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ยังคงมีผู้ปกครองหลายท่าน ที่เกิดความกังวลใจ เลยขอเลื่อนนัดการฉีดวัคซีนออกไปก่อน เพราะไม่อยากมาโรงพยาบาล แต่ตอนนี้ทางเครือโรงพยาบาลเปาโล มีโครงการ Paolo@Home ผู้ปกครองสามารถนัดให้ทีมแพทย์และพยาบาล เข้าไปฉีดวัคซีนที่บ้านได้ วันนี้คุณหมอมีความรู้ในเรื่องการฉีดวัคซีนในเด็กมาฝากด้วย

การฉีดวัคซีนในเด็ก ตั้งแต่แรกเกิด วัคซีน จะมีการแยก เป็น 2 ส่วน คือ
– วัคซีน พื้นฐาน EPI
– วัคซีนเสริมป้องกันโรค IPD

วัคซีน พื้นฐาน EPI คือ วัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้เด็กไทยทุกคนควรได้รับ โดยเน้นวัคซีนป้องกันโรค ที่เป็นปัญหาสำคัญในอนาคต ประกอบด้วยวัคซีน 8 ชนิด ได้แก่ วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ วัคซีนป้องกันหัด คางทูม หัดเยอรมัน วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ เจอี วัคซีนป้องกันโรคท้องร่วง

วัคซีนเสริม คือ วัคซีนป้องกันโรค IPD (เชื้อชนิดนึง ที่เป็นแบคทีเรีย) จริงๆ ในโรคพวกนี้ อาการจะมีความรุนแรงมาก และเกิดเชื้อดื้อยา เลยไม่ได้อยู่ในโปรแกรม EPI เช่น วัคซีนป้องกันสุกใส วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ