"

จับตา ❗ คนรุ่นใหม่ “หนี้พุ่ง” #GEN Z หนี้เพียบ เหตุอยากเป็นนายตัวเอง

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 165 ครั้ง

เมื่อโลกก้าวสู่ยุคออนไลน์เต็มตัวสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน ล่าสุด “เครดิต บูโร” ได้เผยตัวเลขหนี้ในระบบพุ่ง ชี้เหตุเด็กรุ่นใหม่ก่อหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย และกลุ่มที่น่ากังวลมากที่สุดคือ ผู้กู้หน้าใหม่ “GEN Z” อายุไม่เกิน 23 ปีก่อหนี้เพียบ เพราะอยากนายตัวเองระดมทุนมุ่งสานฝัน พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์
บริษัท ข้อมูลเครดิต (เครดิตบูโร) นำตัวเลข ข้อมูล ตลอดจนต้นเหตุของหนี้สินที่มี เพื่อให้เห็นชัดเจนว่า หนี้ในระบบของไทยนั้นอยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยง อีกทั้ง ในข้อมูลเชิงลึกพบว่า ในไตรมาสแรกปี 2563 เริ่มจาก GEN Z (อายุต่ำกว่า 23 ปี) ก่อหนี้ไปแล้ว 2.5 หมื่นล้านบาท GEN Y (อายุ 23-40 ปี) มียอดหนี้ 4.0 ล้านล้านบาท GEN X (อายุ 40-52 ปี) มียอดหนี้ 3.7 ล้านล้านบาท และ Baby Boomer (อายุ 53-71 ปี) มียอดหนี้ 1.2 ล้านล้านบาท ขณะที่ยอด NPL รวม 6 แสนกว่าล้านบาท ก็มีส่วนของ GEN Z จำนวน 1.2 พันล้านบาท คิดเป็น 5.0% GEN Y จำนวน 2.7 แสนล้านบาท คิดเป็น 6.8% GEN X จำนวน 2.8 แสนล้านบาท Baby Boomer จำนวน 8.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 6.8%

นอกจากนี้ หากแยกดูว่า GEN ไหนก่อหนี้ประเภทไหน เพื่อที่จะรู้ถึงความสามารถในการชำระหนี้ หากเกิดภาวะวิกฤติจะเป็นอย่างไร และพบว่าช่วงอายุ 38 ปี เป็นช่วงที่มีจำนวนคนมีสินเชื่อบุคคลมากที่สุด อายุ 40 ปี เป็นช่วงที่มีจำนวนคนที่มีบัตรเครดิตมากที่สุด อายุ 30 ปีเป็นช่วงที่มีจำนวนคนมีสินเชื่อรถยนต์มากที่สุด และอายุ 40 ปี เป็นช่วงที่มีจำนวนคนมีสินเชื่อบ้านมากที่สุด ดังนั้น คนอายุประมาณ 30-45 ปี เป็นช่วงที่มีภาระหนี้มากที่สุด

อีกทั้ง มีข้อมูลที่น่าสนใจโดยเป็นการแยกจำนวน GEN ต่างๆ ตามประเภทสินเชื่อหลักๆ 4 ประเภท คือ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล รวมถึงแนวโน้มการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้เห็นภาพถึงความเสี่ยงในระยะต่อไป หากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มากขึ้น

มาเริ่มกันที่ “เครดิตการ์ด” จากจำนวนอนุมัติบัตรใหม่เกือบ 600,000 ใบ เป็นส่วนของ GEN Y 63% GEN X 29% Baby Boomer 7% และ Gen Z 1% แต่ที่น่าสนใจคือ ขณะนี้คน GEN Y ที่ถือบัตรเครดิตและที่มีปัญหาในการชำระหนี้เกือบแตะ 700,000 บัตร สูงสุดทั้งจำนวนบัญชีและจำนวนหนี้ ขณะที่กลุ่ม GEN X ก็เป็นกลุ่มที่เคยมีปัญหาแต่ก็ได้มีการปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้ว

“สินเชื่อบุคคล” จากจำนวน 849,894 สัญญา เป็นส่วน GEN Y 50% GEN X 36% Baby Boomer 12% และ GEN Z 2% ด้านการผิดนัดชำระหนี้ เช่นเดียวกันกับบัตรเครดิต คือกลุ่ม GEN Y เป็นกลุ่มที่มีปัญหาในการชำระหนี้มากที่สุด ขณะที่ GEN X เป็นกลุ่มที่เคยมีปัญหามากแต่มีการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว

ต่อมา “สินเชื่อรถยนต์” จากจำนวน 475,013 สัญญา เป็นส่วนของ GEN Y 54% GEN X 35% Baby Boomer 9% และ GEN Z 2% และตัวสุดท้าย “สินเชื่อบ้าน” จากจำนวน 80,494 สัญญา เป็นส่วนของ GEN Y 64% GEN X 29% Baby Boomer 6% และ GEN Z 1%

🆘️ GEN Z ก่อหนี้พุ่ง 200%
อีกกลุ่มที่กังวล คือ ผู้กู้หน้าใหม่ หรือลูกหนี้ครั้งแรก ซึ่งได้กลายมาเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของสถาบันการเงินด้วยความที่มี Digital Lifestyle ไม่ได้เติบโตหรือมีประสบการณ์ในโลกแห่งกระดาษ จึงจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของธุรกรรม Digital Lending เป็นอย่างมาก โดยกลุ่มนี้จะอยู่ใน “ช่วงอายุไม่เกิน 23 ปี เกิดช่วง 2539 – 2552” ส่วนใหญ่เริ่มเป็น “พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ โดยระดมทุนกันเอง” หรือจากครอบครัวมาทำธุรกิจ เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นก็จะต่อยอดด้วยการกู้ Business Loan อย่างไรก็ตามกลุ่มนี้มีตัวเลขหนี้เสียระดับที่สูงพอควร และการก่อหนี้ที่มีอัตราเร่งที่สูงมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา สำหรับหนี้ของคนกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่อยู่ใน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบุคคล และสินเชื่อเช่าซื้อที่ไม่ใช่รถยนต์