10 คำถาม Fingo # Application ปลดหนี้ หรือ แชร์ลูกโซ่

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 641 ครั้ง

เมื่อเข้าสู่ยุคที่ต้องหาเงินมากกว่าสองทาง ❗ทำให้เกิดช่องทางหากินธุรกิจแนวใหม่เกิดขึ้นมากมาย และจากกระแสฟีเวอร์  Fingo Application (ฟิงโก้) บนโลกออนไลน์ จึงเกิดคำถามมากมายตามมาว่า Fingo คือ ธุรกิจแบบไหน ทำแล้วได้อะไร ทำแล้วดีหรือไม่ เป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ลวงโลกหรือเปล่า “Fingo fever” 10 คำถาม ที่มีคำตอบ
1.จุดเริ่มต้น Fingo คืออะไร ?
Fingo มีที่ตั้งบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศจีน โดยระบุสร้างความน่าเชื่อถือผู้ก่อตั้งโดย Top executive 3 คนจาก Alibaba
2.Fingo ดำเนินธุรกิจรูปแบบใด ?
เป็นแพลตฟอร์ม Fingo Social E-Commerce :Application ในมือถือที่สร้างรายได้จากการ Shopping Online คล้ายกับแบรนด์ช้อปปิ้งออนไลน์ชื่อดังอย่าง Lazada, Shopee
3. เครือข่าย Fingoในต่างประเทศมีที่ไหนบ้าง ?
จากจุดเริ่มต้นได้นำร่องเปิดตลาดแรกในประเทศมาเลเซีย และเวลานี้ Fingo ได้สยายปีกขยายตลาดอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และได้วางแผนเปิดตลาดต่ออีกหลายประเทศก่อนสิ้นปีนี้ในแถบตลาดอาเซียน
4.Fingo Thailand เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ?
สำหรับ Fingo Thailand ได้ฟอร์มทีมตั้งแต่ปลายปี 2562 ที่ผ่านมา ส่วน Fingo Application เปิดให้บริการราวกลางเดือนมกราคมต้นปีนี้ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ตึก G Tower ถนนพระราม 9
5. Fingo ขึ้นทะเทียนทำธุรกิจอย่างถูกต้องหรือไม่ ?
Fingo ไม่ได้จดทะเบียนธุรกิจขายตรง หรือ MLM แต่ Fingo จดทะเบียน เป็นธุรกิจค้าปลีกบนแพลตฟอร์ม อินเทอร์เน็ตไม่ได้เกี่ยวกับการจดทะเบียนตามระบบใน สคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค)
6.Fingo มีค่าสมัครสมาชิก เท่าไร ?
ค่าสมัคร Fingo 1,599 บาท แบ่งออก เป็น 2 แบบคือ : Free shoppers (FS) และ Preferred Shopper (PS) นอกจากนี้ยังมีขั้นบันไดระบบการลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทกำหนด
7. สินค้าที่ขายใน Fingo มีอะไรบ้าง ?
หลากหลายกลุ่มสินค้าในหลักหมื่นรายการ ส่วนราคาสินค้าหรือเกรดคุณภาพสินค้าลุ้นกันเอาเองได้ข่าวว่าแพงกว่าเพจอื่น
8. สมาชิก Fingo จะได้รับผลประโยชน์รูปแบบใด?
จากการแนะนำสมาชิก จากการแชร์ลิงก์สินค้า จากการเชิญชวนลงทะเบียนกับ Fingo และจะได้รับค่าคอมมิชชัน จากระบบอี-คอมเมิร์ซของ Fingo
9. กระแสฟีเวอร์ Fingo ในไทยเกิดจากอะไร ?
เป็นการเชิญชวนบอกต่อกันไป โชว์ความสำเร็จของคนหลายกลุ่มอายุ เน้นโชว์รายได้มหาศาลจากการทำธุรกิจไม่นาน เน้นการเชิญชวนลูกทีมหาคนเข้ามาลงทุนด้วยกันเป็นทอดๆ กินค่าหัวคิวคอมมิชชัน เพราะยิ่งหาคนเพิ่มได้มากเท่าไหร่คนที่เป็นคนเชิญชวนจะได้เปอร์เซ็นต์ และรายได้เพิ่มมากขึ้น
10. ธุรกิจน่ารวมลงทุน ด้วยหรือไม่ ?
ทุกธุรกิจควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนการลงทุน ดูความน่าเชื่อถือของบริษัท ตัวผู้ประกอบการ สินค้าเป็นแบบไหน ที่สำคัญดูตัวนายทุนว่ามาจากไหน ประวัติเป็นเช่นไร หากไม่ได้ปักหลักเมืองไทยโอกาสเสี่ยงเจ๊งมีสูง และขอให้พึงคิดเสมอว่าอยากจะรวยต้องเสียเหงื่อ ความสำเร็จทุกอย่างต้องใช้เวลา ส่วนพวกนั่งกิน นอนกินเอาเงินไปให้คนอื่นลงทุนรอรวย คงเป็นเพียงแค่ความฝัน ตื่นอีกทีคงหมดตัว