AMR ASIA เข้าตรวจรับรถไฟฟ้าสายสีทอง แบบล้อยางไร้คนขับขบวนแรกของไทย

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 127 ครั้ง

มารุต ศิริโก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารได้เข้าร่วมการตรวจรับรถไฟฟ้าสายสีทอง รุ่น Bombardier Innovia APM 300 ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าล้อยางแบบไร้คนขับขบวนแรกในประเทศไทย ที่ได้เดินทางมาถึงท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

มารุต กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีทองนับเป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง (Feeder Line) ที่ใช้รถล้อยางแบบไร้คนขับ APM (Automatic People Mover) แบบเดียวกับที่ใช้ในสนามบินชั้นนำทั่วโลกเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยขนาดที่กะทัดรัดและผิวสัมผัสของล้อยางที่นุ่มนวลก่อให้เกิดเสียงรบกวนต่ำ อีกทั้งยังดูแลรักษาง่ายและประหยัดต้นทุนได้อย่างมากเนื่องจากวัสดุอุปกรณ์บางรายการสามารถผลิตได้ในประเทศ ทำให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่และมีประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ฝั่งธนบุรีซึ่งมีการพัฒนาเป็นย่านเศรษฐกิจใหม่ที่มีศักยภาพโดยจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่สถานีกรุงธนบุรี เชื่อมต่อกับรถโดยสารประจำทางในพื้นที่ย่านคลองสาน และยังเชื่อมต่อกับเส้นทางเดินเรือแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย

สำหรับในอนาคตหากขยายเส้นทางไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ และสายสีแดงช่วงหัวลำโพง-บางบอน-ราษฎร์บูรณะ ก็จะเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าสู่สถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานครได้ดียิ่งขึ้น

มารุต กล่าวต่อว่า ตนและทีมงาน เอเอ็มอาร์ เอเซีย ทั้งหมดมีความภูมิใจที่ได้เป็นผู้ออกแบบและติดตั้งรวมถึงบริหารงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล E&M (Electrical and Mechanical System) ให้กับโครงการระบบขนส่งขนาดรองสายสีทอง (ระยะที่ 1 สถานีกรุงธนบุรี – สถานีคลองสาน) ทั้งหมดแบบ Turnkey ซึ่งประกอบด้วย ระบบไฟฟ้ากำลัง (Power Supply) ระบบอาณัติสัญญาณ (Signaling) ระบบสื่อสาร (Communication) ระบบรางจ่ายไฟฟ้า (Power Rail) ระบบสับราง (Switch Turnout) ระบบควบคุมการสั่งการระยะไกล (SCADA) ระบบประตูกั้นชานชาลา (Platform Screen Door) รวมถึงจัดหาอุปกรณ์สำหรับศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot Workshop Facilities)

ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 81% ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เกิดความล่าช้าในการจัดส่งอุปกรณ์บางชิ้นที่จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ด้วยความร่วมมือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วนที่ช่วยให้การเร่งรัดงานเป็นไปได้ด้วยดี บริษัทฯ มีความมั่นใจที่จะส่งมอบงานระบบในความรับผิดชอบได้ตามเป้าหมาย ซึ่งทางกรุงเทพมหานครตั้งเป้าจะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมนี้