เจนเนอราลี่ เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกทั่วโลก โตสวนกระแส

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 116 ครั้ง

เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เผยผลประกอบการครึ่งปีแรกฝ่าวิกฤตโควิด เติบโตกว่าปีก่อน โดยเฉพาะประกันสุขภาพและอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 และในฝั่งประกันชีวิต มีเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ (APE) เติบโตร้อยละ 15 ขณะที่เจนเนอราลี่ กรุ๊ป มีรายได้จากการดำเนินงานมากกว่า 2,700 ล้านยูโร คิดเป็นผลกำไรสุทธิ 1,032 ล้านยูโร ยืนยันสถานะเงินทุนยังแข็งแกร่งสวนกระแสโควิด-19 พร้อมเดินหน้าลุยทำตามกลยุทธ์ที่วางไว้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่ยั่งยืน

สำหรับผลประกอบการของเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมาเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยภาพรวมด้านการประกันชีวิต มีเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ เติบโตคิดเป็นร้อยละ 15 ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ที่เป็นช่องทางหลักในการเสนอขายผลิตภัณฑ์ ยูนิตลิงค์ และจากพันธมิตรใหม่ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด หนึ่งในกลุ่มบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อรายใหญ่ของประเทศ ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มช่องทางการขายและขยายฐานลูกค้าของเจนเนอราลี่ให้ครอบคลุมในทุกกลุ่มเป้าหมาย ทำให้เจนเนอราลี่เพิ่มโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างและหลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่องทางไดเรค มาร์เกตติ้ง (DM) ที่มีการปรับกลยุทธ์ในการขายผลิตภัณฑ์ ด้านช่องทางตัวแทนได้รับผลกระทบบ้างในช่วงล็อคดาวน์ แต่มีแนวโน้มดีขึ้นหลังจากที่มีมาตรการผ่อนคลายล็อคดาวน์ลง
ด้านการประกันวินาศภัย มีอัตราการเติบโตจากปีก่อนร้อยละ 1 โดยตลาดประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ (A&H) มีการเติบโตขึ้นร้อยละ 11 เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้คนส่วนใหญ่เริ่มตระหนักถึงการประกันคุ้มครองสุขภาพมากขึ้น โดยในส่วนของการขายผ่านช่องทางไดเรค มาร์เก็ตติ้ง (DM) เติบโตจากปีก่อนถึงร้อยละ 26 จากการเพิ่มประสิทธิภาพของช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้ง รวมถึงการมีพันธมิตรใหม่อย่างศรีสวัสดิ์ ที่สามารถทำผลงานได้ดีมากกว่าร้อยละ 60 ของเป้าหมายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563
ด้านผลประกอบการโดยรวม ของเจนเนอราลี่ กรุ๊ป ในช่วงเดือนมกราคม- มิถุนายน 2563  สามารถทำรายได้จากผลดำเนินการทั้งสิ้น 2,700 ล้านยูโร จากการเติบโตของธุรกิจด้านประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ ธุรกิจโฮลดิ้ง และธุรกิจอื่นๆ มีจำนวนตัวเลขยอดรวมเบี้ยประกันภัยรับรวมสูงถึง 36,500 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 1.2% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต (+1.3%) และธุรกิจประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด(+0.9%) มีเงินสุทธิในส่วนธุรกิจประกันชีวิต และมีกระแสเงินลงทุนไหลเข้าของธุรกิจประกันชีวิตสูงถึง 7,000 ล้านยูโร มีผลกำไรสุทธิหลังปรับปรุง 1,032 ล้านยูโรและเงินสำรองสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิต เพิ่มขึ้นที่ 372 พันล้านยูโร ขณะเดียวกันเจนเนอราลี่มุ่งพัฒนาองค์กร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง โดยการขับเคลื่อนกลยุทธ์ “เจนเนอราลี่ 2021” ได้แก่การเร่งพัฒนานวัตกรรมและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของธุรกิจและโครงสร้างการดำเนินงาน ให้สามารถตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และเพื่อพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป