28 ปี คังเซนฯ เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า..อย่างยั่งยืน

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 256 ครั้ง

ก้าวสู่ปีที่ 28 อย่างมั่นคงสำหรับ คังเซน-เคนโก ธุรกิจเครือข่ายสีขาว ที่มีแผนการทรานฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในแบบ CHANGE FOR THE GREATER GOOD เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า..อย่างยั่งยืน” และพัฒนา “คังเซน มอลล์” แอปพลิเคชั่นให้ล้ำยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งปูพรม 16 จังหวัด สร้างแรงกระตุ้น และความเชื่อมั่น ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย

ซึ่ง ดร.ณัฐพัชร์ อำพันยุทธ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้กล่าวว่า การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ มาจากวิกฤติโรค COVID 19 ที่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้ประชาชนไม่กล้าใช้จ่าย และในยุคโซเชียล คนส่วนใหญ่ก็มักจะสั่งของผ่านช่องทางออนไลน์ ดังนั้นธุรกิจของเราจึงมีการปรับตัวให้ทันยุคสมัย แม้ผลกระทบจะไม่ได้เกิดขึ้นกับเรามากเท่าไหร่ เพราะผลิตภัณฑ์ถือเป็นตัวธงหลักที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ทำให้ทั้งนักธุรกิจ และลูกค้า มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ต้องเตรียมพัฒนาระบบออนไลน์ให้รองรับกับปัจจุบัน ก็เพื่อขยายฐานให้มีความสมดุลเป็นตัวส่งซึ่งกันและกัน ทั้งในด้านออฟไลน์ และออนไลน์ มีเป้าหมายทั้งให้คนรุ่นใหม่ก้าวเข้ามา และคนรุ่นเก่าทำงานง่ายขึ้น ด้วยแนวทางที่เราวางไว้ในแบบ CHANGE FOR THE GREATER GOOD เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า..อย่างยั่งยืน”

จริงๆ ที่ผ่านมาธุรกิจของเรามีการขยายตัวด้านสมาชิกอย่างต่อเนื่อง แต่ผลที่ได้กลับมีเพียงสมาชิกที่เพิ่มขึ้นเท่านั้นซึ่งยอดขายกลับลดลง ทำให้ 7-8 ปีมานี้ เราให้สมาชิกตัวจริงเน้นในเรื่องการขายมากขึ้น โดยออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ด้านความหลากหลาย ทั้งในเรื่องความงาม สุขภาพ และผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน”

ปีนี้ คังเซนฯ มีการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ทั้งคนรุ่นเก่า และคนรุ่นใหม่ทำงานง่ายขึ้นในยุคโซเชียล มีเดีย โดยพัฒนาทั้ง เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม และ แอปพลิเคชั่น ทั้งหมด เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ในรูปแบบ Kangzen Business Solution ศูนย์รวมแหล่งข้อมูล และแหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ ในแบบที่ใช้งานง่ายบริการครอบคลุมทุกเรื่อง เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “คังเซน มอลล์”  ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา นอกจากนั้นเรายังจะรุกสื่อทั้งทางด้านช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์ เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

ตอนนี้เราเดินสายไปพบปะพูดคุยกับสมาชิกในพื้นที่กว่า 16 จังหวัด เริ่มต้นที่กรุงเทพฯ และภาคกลาง ต่อด้วยภาคตะวันออก ตะวันตก ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเริ่มจากอุบลราชธานี จากนั้นจะแวะตามจังหวัดต่างๆ จัดประชุมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักธุรกิจ หลังจากนั้นก็ลงใต้เป็นสถานที่ถัดไป สำหรับตลาดต่างประเทศ เราพยายามรักษาฐานผู้บริโภคที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่ สปป.ลาว อินโดนีเซีย และที่เปิดทำการในรูปแบบบริษัท เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อย่าง เมียนมา เวียดนาม และกัมพูชา เราก็สามารถรักษาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น” ดร.ณัฐพัชร์ กล่าวสรุป