9 เทรนด์สินค้า NEXT NORMAL เสริมเขี้ยวเล็บ “วิถีธุรกิจยุคใหม่”

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 210 ครั้ง

จับตา❗เทรนด์ผลิตภัณฑ์มาแรงของ “NEXT NORMAL”  วิถีธุรกิจยุคใหม่ ส่องพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงหลังการเผชิญวิกฤติ “โควิค-19” ข้อมูลจาก “กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งไทยและเทศ” ตลอดจน “สถาบันอาหารไทย” ชี้ความต้องการผู้บริโภคปัจจุบัน “กินเพื่อสุขภาพที่ดีและป้องกันมากกว่ารักษา” บ่งชัดไปในทิศทางเดียวกัน โอกาสทองของผู้ประกอบการ ต้องงัดเทคโนโลยีใหม่มาออกสินค้าเกี่ยวกับ “Immune System” ระบบภูมิคุ้มกัน เพราะเป็นที่ต้องการมากสุด ขณะที่ “ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผู้สูงอายุ” “ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดที่มาจากธรรมชาติ” “ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลสมองบรรเทาความเครียดและช่วยการนอนหลับ” “ผลิตภัณฑ์เพื่อการทดแทนอาหารและการออกกำลังกาย” “ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ดูแลสุขภาพและความงามเฉพาะบุคคล” “ผลิตภัณฑ์กลุ่มโพรไบโอติกส์เพื่อการดูแลระบบขับถ่าย” “ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง” “ผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยดูแลสุขภาพทางเพศ” ก็อยู่ในลิสต์ที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคไม่แพ้กัน ขณะที่ข้อมูลภายในจาก “e-Marketplace” ยักษ์ใหญ่ เผยอัตราการเติบโตของการช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์พุ่งสูงขึ้นถึง 90 %

จากการระบาดของวิกฤติ “โควิค-19” ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดผลกระทบในวงกว้างไปทั่วโลก ทำให้ทุกคนถูกผลักเข้าสู่ยุค “New Normal” หรือ วิถีชีวิตความปกติใหม่ไปโดยปริยาย พฤติกรรมของผู้บริโภคสินค้าเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต การทำงาน ไปจนถึงการดูแลชีวิตและสุขภาพ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาให้สำคัญเป็นอันดับแรก แทนความสำเร็จทางด้านการเงิน เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน “วิถีของธุรกิจในยุคใหม่” หรือ “Next Normal” จึงเปลี่ยนเช่นกัน สิ่งที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องทำเพื่อให้องค์กรอยู่รอด คือต้องวิ่งให้ทันความต้องการใหม่ให้รวดเร็วมากขึ้นหลายเท่าตัว

อนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยเกี่ยวกับรายงานพฤติกรรมผู้บริโภคและอุตสาหกรรมอาหารในเอเชียช่วงสถานการณ์โควิด-19 พบว่า ความต้องการของผู้บริโภคในขณะนี้ สนใจผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยเกี่ยวกับการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายมากที่สุด โดยบางประเทศความต้องการวิตามินที่จะมาช่วยดูแลระบบร่างกายด้านนี้โดยเฉพาะพุ่งสูงขึ้น 3 – 5 เท่า และหากดูข้อมูลย้อนหลังไป 5 ปี การตลาดมีการให้ความสำคัญเกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่และความน่าเชื่อถือของแหล่งผลิตมากขึ้น จึงเป็นโอกาสอันดีที่หลากหลายแบรนด์คุณภาพ จะสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นจากจุดนี้

สอดคล้องกับข้อมูลแนวโน้มเทรนด์สินค้าใหม่จาก “สถาบันเทคโนโลยีอาหาร ประเทศสหรัฐอเมริกา” และ “กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งในและต่างประเทศ” ต่างมุ่งไปในทิศทางตรงกันว่า เทรนด์ในขณะนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดที่มีส่วนช่วยเรื่อง “Immune System” หรือ ระบบภูมิคุ้มกัน กำลังเป็นที่ต้องการมาเป็นอันดับต้น และสอดคล้องกับรายงานของ “นีลเส็น” ที่ระบุว่าผู้บริโภคต้องการดูแลสุขภาพของตัวเองในเชิงป้องกันมากกว่าการรักษา และหากสารสกัดมาจากธรรมชาติจะยิ่งได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น

กลุ่มที่ 2  “ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดมาจากธรรมชาติ” หรือ “ออแกนิก” ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คนเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะคำนึงถึงคุณภาพของสารอาหารจากธรรมชาติและความปลอดภัยเป็นหลัก โดยกลุ่มวิตามิน ไฟเบอร์และไขมันดีจากธรรมชาติเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสนใจสูงมาก โดยมีการอ้างอิงผลสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ผู้ใหญ่มากกว่า 82 % เห็นด้วยว่าการรับประทานอาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุตามธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญ และผู้ใหญ่มากกว่า 56% สนใจที่จะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น

กลุ่มที่ 3 “ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลสมองบรรเทาความเครียดและช่วยการนอนหลับ” จากผลสำรวจพบว่า กลุ่มผู้ใหญ่ 8 ใน 10 คนมีปัญหาเรื่องการนอนหลับไม่เพียงพออย่างน้อย 5 คืนต่อสัปดาห์ และกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน 18 – 29 ปี มีปัญหาเรื่องความเครียด จึงส่งผลกระทบต่อสมองและความจำ รวมถึงปัญหาของสุขภาพโดยรวม ทำให้ผู้คนเริ่มมองหาตัวช่วยเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้น

กลุ่มที่ 4 “ผลิตภัณฑ์เพื่อการทดแทนอาหารและการออกกำลังกาย” จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคที่ต้องการความเร็วมากขึ้นในการใช้ชีวิต กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้จึงกำลังได้รับความสนใจมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยมีปัจจัยเสริมสำคัญคือ การเลือกส่วนผสมที่มีคุณประโยชน์และโปรตีนสูง โดยเฉพาะการใช้โปรตีนจากพืช น้ำตาลต่ำหรือใช้สารทดแทนน้ำตาลที่มาจากธรรมชาติ เช่นหญ้าหวาน ให้สามารถอิ่มแบบสะดวกและมีประโยชน์ได้ในตัว”

กลุ่มที่ 5 “ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผู้สูงอายุ” ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่ช่วยให้ผู้สูงอายุ ใช้บำรุงร่างกายและอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตได้มากขึ้น และหากเอ่ยถึงประเด็นนี้ สำหรับประเทศไทยเอง กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แบบ โดยจากสถิติประชากรไทยคาดว่าปีหน้า จะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 20 % ดังนั้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่จะรองรับตลาดนี้ได้ ถือว่ามีความน่าสนใจเช่นกัน

กลุ่มที่ 6 “ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง” สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ผลการสำรวจในต่างประเทศเผยว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงมองหาสิ่งที่จะมาดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่ตนรัก แทนการใช้ยาเคมี เพื่อให้สัตว์เลี้ยงที่ตนรักมีอายุยืนยาวมากที่สุด โดยเฉพาะเจาะจงไปที่การดูแลสุขภาพตาและข้อต่อต่างๆ ปัญหาสำคัญของสัตว์เลี้ยง อาทิ สุนัขและแมว เรื่องนี้เป็นอีกกลุ่มตลาดสินค้าที่น่าสนใจ เพราะเมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทยในยุคนี้พบว่า เกิดการสร้างครอบครัวเล็กแยกตัวออกไปจากครอบครัวใหญ่มากขึ้น รวมไปถึงคนโสดที่ต้องอยู่ตัวคนเดียว และผู้สูงอายุที่เกิดความเหงาและความเครียด การเลี้ยงสัตว์จึงเป็นตัวช่วยเติมเต็มความสุขในครอบครัวได้ดี และจากการเลี้ยงดูที่เปลี่ยนไปตามยุค เจ้าของยินดีควักกระเป๋าจ่ายเงินเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงให้ดีที่สุด โดยข้อมูลจากบทความของธนาคารกสิกรไทยระบุว่า เฉลี่ยการเลี้ยงสุนัข 1 ตัว มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,000-1,500 บาทต่อเดือน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายของแมว 1 ตัว อยู่ที่ 700-1,000 บาทต่อเดือน

กลุ่มที่ 7 “ผลิตภัณฑ์กลุ่มโพรไบโอติกส์เพื่อการดูแลระบบขับถ่าย” กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้กำลังเป็นที่ต้องการของผู้คนในยุคปัจจุบัน ที่มีปัญหาในเรื่องของระบบขับถ่าย โดยจะใช้สารสกัดที่เป็นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นจุลินทรีย์ประจำถิ่นของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ในท้องตลาด มีหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น แคปซูล , ผงแป้ง , เม็ดเคี้ยว , สารละลาย เป็นต้น

กลุ่มที่ 8 “ผลิตภัณฑ์ การบริการและเทคโนโลยีที่ดูแลสุขภาพและความงามเฉพาะบุคคล” สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ถือได้ว่าเป็นเทคนิคที่ทำให้ปิดการขายได้ง่ายมากขึ้น เพราะคนยุคนี้ชอบที่จะรู้ข้อมูลจริงเชิงลึก เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพหรือความงามของตัวเองก่อน ว่าสินค้าที่เขากำลังจะควักเงินจ่ายจะช่วยแก้ปัญหาหรือทำให้สุขภาพเฉพาะตัวของเขาดีขึ้นได้อย่างไร ดังจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการหลายค่าย เริ่มทำเทคโนโลยีการวิเคราะห์มาใช้เป็นอาวุธเสริมในการทำการตลาด ทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นจากข้อมูลที่ถูกวิเคราะห์ออกมา และรู้ปัญหาที่ต้องแก้ได้ตรงจุดทันที อาทิ เครื่องตรวจสุขภาพเครื่องวัดมวลกาย ไปจนถึง Smart Watch ที่บอกข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพเบื้องต้น ระดับน้ำและไขมันในร่างกาย การเผาผลาญ การเต้นของหัวใจ ความเครียด แล้วสามารถนำมาประเมินโปรแกรมการรับประทานอาหารและการออกกำลังแบบเฉพาะตัวได้ ไปจนถึงสูตรครีมเฉพาะตัวที่ปรุงออกมาจากการวิเคราะห์ผิวของแต่ละบุคคล สามารถเลือกได้ทั้งสัมผัสของเนื้อครีม ความชุ่มชื้น และเลือกให้เหมาะกับช่วงเวลาและสภาพอากาศที่ใช้ได้ด้วย โดยการวิเคราะห์ผ่านโปรแกรมพิเศษในแอพพลิเคชั่นบนมือถือ

กลุ่มที่ 9 “ผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยดูแลสุขภาพทางเพศ” เริ่มตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยเรื่องฮอร์โมนเพศ วัยทอง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายนอก อาทิ สบู่ทำความสะอาดเฉพาะจุด ครีมบำรุงเฉพาะจุด สอดคล้องกับสถิติของ “e-Marketplace” ยักษ์ใหญ่รายหนึ่ง ที่เผยว่าผลิตที่มาแรงเป็นอันดับที่ 5 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุภาพ คือ กลุ่มที่ช่วยดูแลสุขภาพทางเพศ ทั้งนี้ยังมีอัตราการเติบโตต่อปี ของการช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผ่าแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีอัตราการเติบโตสูงมากถึง 90 % อีกด้วย

อย่างไรก็ตามเทรนด์ผลิตภัณฑ์มาแรงของ 9 ผลิตภัณฑ์ NEXT NORMAL วิถีธุรกิจยุคใหม่ กำลังกลายเป็นกระแสที่ทุกแพลตฟอร์มออนไลน์หรือแม้แต่ธุรกิจเครือข่ายต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ซึ่งบางบริษัทก็มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มอยู่แล้ว แต่บางบริษัทก็ต้องเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภค นอกจากจะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นการสร้างยอดขายให้มีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย