“คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด” เติมรอยยิ้ม ปันน้ำใจ เสริมสร้างเยาวชนไทยแข็งแรง

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 62 ครั้ง

“คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด” ส่งต่อความห่วงใย ด้วยผลผลิตน้ำนมดิบล้นตลาดสู่ผลิตภัณฑ์นมอัดเม็ด ในโครงการ “เติมรอยยิ้ม ปันน้ำใจ เสริมสร้างเยาวชนไทยแข็งแรง”

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลอย่างหนักต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงตลาดนมพาณิชย์ การรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจึงลดลง เกิดปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด รวมถึงหลายครอบครัวกำลังเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ประสบปัญหาด้านการเงิน ทำให้เด็กๆ อาจจะไม่ได้ดื่มนมและยิ่งขาดแคลนอาหารว่างที่มีสารอาหารเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โครงการ “เติมรอยยิ้ม ปันน้ำใจ เสริมสร้างเยาวชนไทยแข็งแรง” โดย บริษัท คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด จำกัด จึงนำผลิตภัณฑ์นมอัดเม็ด ผลิตจากน้ำนมดิบของเกษตรกรไทย ส่งมอบให้กับองค์กรสาธารณประโยชน์ และสถานศึกษาที่ขาดแคลนทั่วทั้งประเทศเพื่อแสดงความห่วงใยในสุขภาพ และส่งเสริมให้เยาวชนมีโอกาสเข้าถึงและได้รับคุณค่าทางโภชนาการจากนม

กมลรัตน์ แพเพชรทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด จำกัด ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ด้านการตลาดและพัฒนาธุรกิจ สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด กล่าวว่า คชเชอร์ โกลบอล ฟู้ด เป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจแดรี่โปรดักส์ หรือผลิตภัณฑ์กลุ่มนม และจากการที่บริษัทฯ ได้ร่วมลงทุนกับ สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด ในการผลิต นมอัดเม็ด Q-LIFE by สหกรณ์โคนมวังเย็น จากน้ำนมโคแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงเล็งเห็นถึงปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยเฉพาะตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่เรียกได้ว่าเกิดวิกฤติน้ำนมดิบล้นตลาดมากเป็นพิเศษ จึงเป็นที่มาของโครงการ “เติมรอยยิ้ม ปันน้ำใจ เสริมสร้างเยาวชนไทยแข็งแรง” ซึ่งต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประเทศจากผลกระทบของวิกฤติการณ์โควิด-19 โดยสามารถช่วยบรรเทากลุ่มผู้เดือดร้อนได้ถึงสองมิติ โดยในมิติแรก เราสามารถช่วยลดน้ำนมดิบในตลาดโดยนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมอัดเม็ด ซึ่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และยังเกิดการสร้างงานสร้างอาชีพภายในสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น และในอีกมิติคือ เราได้แบ่งนำผลิตภัณฑ์นมอัดเม็ดดังกล่าว ส่งมอบให้กับองค์กรสาธารณประโยชน์ และสถานศึกษาที่ขาดแคลนทั่วทั้งประเทศ เพื่อแสดงความห่วงใยในสุขภาพ ส่งต่อกำลังใจ และช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนนมหรืออาหารว่างที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเด็กๆ ที่ผู้ปกครองขาดรายได้จากผลกระทบเศรษฐกิจ รวมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนมีโอกาสเข้าถึงและได้รับคุณค่าทางโภชนาการจากนม นอกจากนี้นมอัดเม็ดยังพกพาง่าย จัดเก็บง่าย สะดวกต่อการขนส่งเพื่อเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล โดยโครงการ “เติมรอยยิ้ม ปันน้ำใจ เสริมสร้างเยาวชนไทยแข็งแรง” ได้มีการส่งมอบนมอัดเม็ดแล้วทั้งสิ้นจำนวนกว่า 700 ลัง โดยแบ่งเป็น ส่งมอบให้กับ เรวัต อารีรอบ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อส่งต่อให้กับสถานศึกษาและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 150 ลัง, ส่งมอบให้กับ มูลนิธิกระจกเงา จำนวน 200 ลัง และส่งมอบให้กับโรงเรียนต่างๆ ไปแล้ว ดังนี้ โรงเรียนดรุณศึกษา และโรงเรียนวิชาวดี จ. นครสวรรค์, โรงเรียนนิคมบางระกำ จ. พิษณุโลก, โรงเรียนเทศบาล 4 วัดโพธิ์อัน, โรงเรียนวัดยาง และโรงเรียนบ้านหนองสำโรง จ. สุพรรณบุรี, โรงเรียนศาลาตึกวิทยา, โรงเรียนตลาดเกาะแรต, โรงเรียนเทศบาล 1 วัดลำลูกบัว จ. นครปฐม, โรงเรียนชุมชนบ้านหลุมรัง จ. กาญจนบุรี, โรงเรียนพระแม่สกลสงเคราะห์, โรงเรียนวัดประชารังสรรค์, โรงเรียนวัดโมลี (นันทวิมล) จ. นนทบุรี, โรงเรียนอนุบาลและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตำบลควนเนียง จ. สงขลา, โรงเรียนบ้านกุดเรือคำ, โรงเรียนบ้านคำเจริญ, โรงเรียนบ้านคูสะคาม, โรงเรียนบ้านโคกก่องสหมิตรวิทยาคาร, โรงเรียนบ้านโคกแสง, โรงเรียนบ้านจำปาดง, โรงเรียนบ้านนายม จ. สกลนคร จำนวนกว่า 250 ลัง รวมมูลค่าทั้งโครงการทั้งหมด 2,310,000 บาท สามารถช่วยลดปริมาณน้ำนมดิบที่ล้นตลาดได้มากถึง 40 ตัน

“เราตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างรอยยิ้มให้กับเยาวชน ผ่านผลิตภัณฑ์นมอัดเม็ดคุณภาพสูงจากน้ำนมโคแท้ และยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพของเยาวชนให้ได้รับประโยชน์ โปรตีนจากนมวัวที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และส่วนที่สึกหรอ มีแคลเซียม และวิตามินต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต” กมลรัตน์ แพเพชรทอง กล่าวสรุป