เลือกประกันอย่างไร ตอบโจทย์ ลดภาษี คุ้มคุ้ม

ข่าวนี้ถูกเปิดอ่านแล้ว 87 ครั้ง

            ช่วงใกล้สิ้นปีแบบนี้ หลายคนต่างเริ่มหาช่องทางในการใช้จ่าย เพื่อนำไปยื่นลดหย่อนภาษี ไม่ว่าจะเป็น การช้อปสินค้า บริจาคเงิน หรือซื้อกองทุนต่างๆ อีกสารพัดสิ่ง ซึ่งหลายคนอาจหลงลืมว่า “การทำประกัน” นอกจากจะเป็นการวางแผนการเงินสำหรับอนาคตแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการลดหย่อนภาษีแต่ละปีได้อีกด้วย 

หากเลือกที่จะทำประกันเพื่อลดหย่อนภาษี สามารถทำได้ทั้ง “ประกันชีวิต” และ “ประกันสุขภาพ” ซึ่งการพิจารณาซื้อประกันควรให้ความสำคัญกับ “รูปแบบของประกันชีวิต” และ “สิทธิประโยชน์” ด้วย เนื่องจากแต่ละแบบจะมีสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขที่ต่างกัน

โดยแบบประกันชีวิตที่สามารถเลือกซื้อ เพื่อนำค่าเบี้ยประกันชีวิตไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้นั้น ต้องเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตตนเอง ซึ่งมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป และต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตที่อยู่ในไทย

เริ่มที่ “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” เบี้ยประกันชีวิตตามสัญญาหลักสามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ ถ้ากรมธรรม์นั้นมีการจ่ายเงินคืนในทุกปี เงินที่ได้คืนจะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปี หรือหากจ่ายเงินคืนตามช่วงระยะเวลา เช่น 3 ปี 5 ปี เงินที่ได้คืนจะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสมของแต่ละช่วงเวลา หรือ “ประกันชีวิตแบบบำนาญ” ก็สามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน ในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีในแต่ละปี แต่สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยแบบประกันที่เลือก จะต้องมีกำหนดช่วงการจ่ายผลประโยชน์เมื่อผู้ถือกรมธรรม์มีอายุตั้งแต่ 55 ปี – 85 ปี หรือมากกว่านั้น โดยมีกำหนดการจ่ายเป็นรายงวด อย่างสม่ำเสมอ และผู้ถือกรมธรรม์ต้องจ่ายค่าเบี้ยครบถ้วนแล้วก่อนได้รับผลประโยชน์  ทั้งนี้ กรณีซื้อประกันชีวิตทั่วไปและประกันชีวิตแบบบำนาญทั้ง 2 ประเภทรวมกัน สามารถใช้สิทธิได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

ส่วนเบี้ยประกันสุขภาพ สามารถเลือกซื้อ “ประกันสุขภาพตนเอง” เบี้ยประกันสุขภาพนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับการหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท อีกหนึ่งตัวเลือกอย่าง “ประกันสุขภาพบิดา-มารดาของตนเอง” หรือ “บิดา-มารดาของคู่สมรส” ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ทั้งนี้ บิดา-มารดาของตนเอง หรือของคู่สมรสต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ในปีภาษีที่ขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

สำหรับใครที่กำลังวางแผนลดหย่อนภาษีสิ้นปีนี้ เจนเนอราลี่ ก็มีประกันดีๆ ที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ คุ้มคุ้ม คุ้มครองด้วยประกันชีวิตและสุขภาพ คุ้มคืนจากการลดหย่อนภาษีด้วยผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้ง “ประกันชีวิต” และ “ประกันสุขภาพ” หากกำลังมองหาแบบประกันที่เหมาะกับคุณ  สามารถเช็คและเปรียบเทียบ เลือกดูแบบประกันของเจนเนอราลี่ ที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ที่นี่ https://generali.co.th/our-product/