nulled wordpress themes wordpress nulled themes

ขายตรงรุกดิจิทัล❗ยกระดับอุตสาหกรรม 6 หมื่นล้าน

ถูกเปิดอ่าน 207 ครั้ง

ธุรกิจขายตรงสร้างอาชีพ ในปัจจุบันอุตสาหกรรมขายตรงรวมมีมูลค่าตลาดประมาณ 69,800 ล้านบาท โดยมีบริษัทที่ยื่นจดทะเบียนดำเนินธุรกิจขายตรงกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกว่า 515 บริษัท สามารถสร้างเม็ดเงินไหลเวียนในประเทศแล้ว อุตสาหกรรมขายตรงยังสามารถดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศได้อย่างมากด้วยเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันขายตรงไทยสามารถเข้าไปขยายตลาดในต่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่ง และภายในประเทศเองยังสามารถสร้างอาชีพให้กับคนไทยกว่า 11 ล้านคน
ขณะที่ผลประกอบการธุรกิจขายตรง ปี 2562 ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ต่อเนื่องการดำเนินธุรกิจในปี 2563 ยังคงต้องทำธุรกิจด้วยความยากลำบากกับการเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดการชะลอตัวของกำลังซื้อ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เกิดไลฟ์สไตล์ “วิถีชีวิตใหม่” (New Normal) หลายค่ายต้องเร่งตัวเองในการปรับตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้รอดกับวิกฤติในครั้งนี้ไปให้ได้ โดยตัวเลขยอดขายปี 2562 ที่ระบุครั้งนี้ ส่วนหนึ่งได้อ้างอิงจากตัวเลขจาก “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” ซึ่งเป็นตัวเลขยอดขายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น และอีกส่วนเป็นตัวเลขที่มาจากการประเมินตัวเลขจากผู้ประกอบการบริษัทขายตรง
ผู้นำธุรกิจขายตรงอันดับหนึ่งตลอดกาลครองใจคนไทย “Amway ” บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เรียกได้ว่าสร้างประวัติศาสตร์เป็นขายตรงอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 แอมเวย์ไทยสามารถปิดยอดขายรวมที่ 20,190 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อนหน้านี้เติบโตต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 5 และเป็นตลาดที่มียอดขายสูงสูดอันดับ 5 ของแอมเวย์กว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยในปีนี้ยังคงเดินหน้าต่อเนื่องในการสร้างยอดขายให้มีการเติบโต ด้วยการจับเทรนด์ออนไลน์ในการพลิกวิกฤติในช่วงที่ผ่านมา และผลตอบรับที่แรงอย่างต่อเนื่องจากการเปิดตัว “คอร์พลัส” (CORE PLUS+) โปรแกรมเพิ่มเงินรางวัลพิเศษนอกเหนือจากแผนรายได้หลักให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ทุกระดับซึ่งจ่ายโบนัสไปแล้วประมาณ 1,300 ล้านบาท โดยมั่นใจสิ้นปีนี้ สามารถทำยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 3% หรือยอดขายเติบโต 20,800 ล้านบาท ซึ่งตลอดระยะเวลา 33 ปี ได้สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนไทยด้วยการมอบผลตอบแทนให้แก่นักธุรกิจแอมเวย์แล้วทั้งสิ้น 85,713 ล้านบาท

ด้านยักษ์ใหญ่ขายตรงคนไทย “Giffarine” บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด หลังโชว์หมัดเด็ดทรานฟอร์มธุรกิจ ปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ควบคู่ระบบการทำงานออนไลน์ ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้หลากหลายช่องทาง ส่งผลให้ภาพรวมในปี 2562 ที่ผ่านมา กิฟฟารีนสามารถปิดยอดขาย 4,978 ล้านบาท และยังคงรักษาระดับการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าการเติบโตอยู่ที่ 5-10 % ในปี 2563 และสามารถสร้างยอดขายรวมกว่า 87,329 ล้านบาท มีนักธุรกิจกิฟฟารีนกว่า 740,000 รหัส และมอบความพึงพอใจให้ผู้บริโภคกว่า 7.9 ล้านรหัส นับเป็นธุรกิจขายตรงคนไทยก้าวสู่อันดับ 1 ของประเทศ และเป็นแบรนด์ไทยหนึ่งเดียวก้าวสู่ท็อป 100 ขายตรงโลก ในอันดับ 41

ตามมาติดๆ กับขายตรงสัญชาติมาเลเซีย “Zhulian” บริษัท ซูเลียน (ประเทศไทย) จำกัด หลังปรับตัวให้ความรู้ผู้นำลุยตลาดออนไลน์แบบเต็มสูบ พร้อมเดินหน้าจัดโปรโมชันให้ผู้นำอย่างโดนใจ ทำให้ปี 2562 ปิดยอดขายที่ผ่านมากว่า 3,441 ล้านบาท โดยในปี 2563 เตรียมตัวนำ Zhulian เข้าตลาดหลักทรัพย์ (SET) เป็นองค์กรมหาชน เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจและยกระดับการบริหารให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

ยักษ์โมเดิร์นเทรด “J&C” บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผลจากการปรับตัว โดยมุ่งเน้นพัฒนาตัวเองรอบด้าน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนภายในบริษัทอย่างลงตัว ผลักดันให้ยอดขายปี 2562 ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมียอดขายรวมประมาณ 2,100 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ในการพัฒนาเทคโนโลยี AI เข้ามามีส่วนช่วยในการผลักดันนักธุรกิจให้มีการประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน

และอีกหนึ่งขายตรงคนไทย “Legacy” บริษัท เลกาซี่ คอร์ป จำกัด นับเป็นหนึ่งในธุรกิจขายตรงสีขาวที่มีความแข็งแกร่งและมีการเติบโตอย่างมั่นคง ตลอดระยะเวลาดำเนินธุรกิจเป็นเวลากว่า 5 ปี มีรายได้ในการประกอบธุรกิจในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยในปี 2562 สามารถปิดยอดขายได้มากกว่า 1,538 ล้านบาท จากฐานนักธุรกิจที่มั่นคงและมีการแอคทีฟทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องทำให้ปี 2563 ใช้เวลาเพียง 10 เดือน สามารถสร้างยอดขายทะลุ 2,000 ล้านบาท และสามารถปั้นนักธุรกิจรุ่นใหม่มาแรงระดับ Millionaire เพิ่มเป็น 10 รหัส

ค่ายอินเตอร์ “Nu Skin” บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้เทคโนโลยี “เอจล็อค” ที่วิจัยลึกถึงการแสดงออกของยีน ซึ่งในปัจจุบันแบรนด์มีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั่วโลก ส่งผลให้ยอดขายของ นู สกิน แต่ละประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง และในประเทศไทยมีการปรับกลยุทธ์ด้านดิจิทัลแพลตฟอร์มทั้งระบบ จึงทำให้ นู สกิน ปิดตัวเลขปี 2562 ที่ตัวเลขยอดขาย 1,225 ล้านบาท

ขณะที่ขายตรง “Unicity” บริษัท ยูนิซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด โหมตลาดอัดแน่นกลยุทธ์ตลอดทั้งปี ทั้งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพที่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์และการปรับตัวทางธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัล จากจุดแข็งนี้จะทำให้ Unicity ปิดยอดขายประเมิน ราว 1,400 ล้านบาท

น้องใหม่มาแรงต้องยกให้ ค่ายสีส้ม “SCM” บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) เติบโตแบบก้าวกระโดดในทุกปี และจากผลลัพธ์จากการสร้างความเปลี่ยนแปลงของผู้คนให้เกิดขึ้นได้จริง ส่งผลให้ปี 2562 SCM ปิดตัวเลขยอดขายเฉพาะในประเทศไทยแตะตัวเลข 1,099 ล้านบาท และหากรวมสาขาต่างประเทศนับว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่น สาขากัมพูชายอดขายเติบโตหลัก 200% นอกจากนี้การเป็นขายตรงไทยรายแรกที่นำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ นับเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและนักธุรกิจในการเข้าร่วมธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทขายตรงที่ได้ขับเคลื่อนทัพลุยอย่างเต็มกำลัง เพื่อยกระดับความสำเร็จให้แก่สมาชิกและประสบความสำเร็จอย่างน่าชื่นชม ทั้งค่าย “ไอยรา แพลนเน็ต” ปี 2562 ปิดยอดขายรวมทั้งในไทยและต่างประเทศประมาณ 800 ล้านบาท

รวมถึงค่ายขายตรง CEO คู่แฝดหนุ่มไฟแรง ที่เข้ามาบริหารธุรกิจอย่างเต็มตัว “แฮ็ปปี้ เอ็มพีเอ็ม” สามารถปิดยอดขายเฉพาะในไทยปีเดียวกันกว่า 367 ล้านบาท ซึ่งหากรวมยอดขายอีก 3 ตลาดในต่างประเทศยอดขายเฉียดหลัก 1,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของวิกฤติโควิด-19 อาจกลายเป็นโอกาสในการสร้างตลาดของขายตรงยุคใหม่ที่ต้องปรับตัวสู่ช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมภูมิคุ้มกันทางร่างกายกลับมีแรงเหวี่ยงจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เชื่อมั่นว่าธุรกิจขายตรงจะเป็นอีกหนึ่งทางรอดตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดีได้สำหรับคนที่มองหาโอกาส หากเปิดใจยอมรับ เรียนรู้และลงมือทำอย่างมีเป้าหมาย และที่สำคัญวันนี้มีบริษัทขายตรงน้ำดีมากมายพร้อมมอบโอกาสทางธุรกิจให้กับทุกคนประสบความสำเร็จและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้

 

tpw