Best nulled wordpress themes, nulled themes 2021 for blog and news You Should Consider Using

THREL โชว์ผลงาน 4Q20 กำไรสุทธิพุ่งกว่า 2 เท่า ไฟเขียวจ่ายปันผล 0.14 บาท/หุ้น

ถูกเปิดอ่าน 36 ครั้ง

THREL โชว์ผลงานไตรมาส 4/63 กำไรสุทธิพุ่งกว่า 2 เท่า เกือบแตะ 50 ล้านบาท หลังกวาดเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิ 590 ล้านบาท ค่าเคลมลดและตั้งสำรองพิเศษจบ สวนกระแสตลาดประกันชีวิตติดลบเกือบ 2% ล่าสุดบอร์ดอนุมัติจ่ายปันผล 0.14 บาท/หุ้น พร้อมประกาศผนึกความร่วมมือ “Pacific Life” บริษัทรับประกันภัยต่อข้ามชาติ เดินหน้าพัฒนาโปรดักส์เพิ่มโซลูชั่นใหม่ยกระดับอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย หวังอัพมาร์จิ้นสร้างการเติบโตแกร่งต่อเนื่อง

นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2563 ว่า บริษัทฯมีเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิ จำนวน 590 ล้าน เพิ่ม 6% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายลดลงกว่า 40 ล้านบาท หรือราว 7% จากค่าสินไหมที่ลดลง และการตั้งสำรองพิเศษได้สิ้นสุดทั้งหมดเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยแตะ 70 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 2 ปี หนุนกำไรสุทธิเกือบแตะ 50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 202% หรือกว่า 2 เท่า

ทำให้ภาพรวมทั้งปี 2563 บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเกือบ 2,300 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 121 ล้านบาท สวนกระแสภาพรวมอุตสาหกรรมประกันชีวิตที่ติดลบเกือบ 2% ตามแนวโน้มเศรษฐกิจหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ได้มีมติจ่ายปันผลงวดการดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2563 เป็นเงินสดในอัตรา 14 สตางค์ต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าขั้นต่ำของนโยบายจ่ายเงินปันผลที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

นายสุทธิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดบริษัทฯได้ลงนามความร่วมมือกับ “Pacific Life Re” บริษัทรับประกันภัยต่อในกลุ่มแปซิฟิก ไลฟ์ ประกันชีวิตและสุขภาพรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น เพิ่มทางเลือกใหม่ๆ อันเป็นการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย สอดรับแนวนโยบายสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ด้วยการมองหาโอกาสผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรรายใหม่ๆพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มสัดส่วนธุรกิจประกันชีวิตประเภทร่วมพัฒนา (Non-

conventional Reinsurance) ให้สูงขึ้นเป็น 60% ภายในระยะเวลา 3 ปี จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนราว 48 : 52 เมื่อเทียบกับธุรกิจประกันชีวิต ประเภทดั้งเดิม (Conventional Reinsurance) และพร้อมเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อผลักดันอัตรากำไรให้เพิ่มสูงขึ้น สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป