“เจอเนสส์” ไทย-กัมพูชา TOP 10 โลก ชูผลิตภัณฑ์ “รีเซิร์ฟ” สร้างยอดขายโตสวนกระแส

“เจอเนสส์” ต่อยอดกลยุทธ์ปี 63 ขยายแผนบุกตลาดปี 64 ไตรมาสแรกเน้นแพลตฟอร์มออนไลน์ ชูผลิตภัณฑ์ “รีเซิร์ฟ” สินค้าขายดีตลอดกาล ดันยอดขายรวมปีที่ผ่านมาโตสวนกระแสวิกฤติโควิด พร้อมเพิ่มไลน์โปรดักต์ใหม่ 3 รายการ ช่วยดันยอดทะลุเป้า ช่วยเสริมยอดขายไทย-กัมพูชาติด 10 อันดับยอดขายพุ่ง จาก 145 ประเทศทั่วโลก ตอกย้ำความสำเร็จในปี 2020 กับยอดขายสะสมนับตั้งแต่เปิดบริษัทรวม 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ประกาศความสำเสร็จในปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมงาน Jeunesse LIVE สะสมมากกว่า 2,700,000 คน

อลิศรา แซ่เตีย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับกลยุทธ์ของปี 64 บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามแผนของปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้จะเน้นการจัดกิจกรรมออนไลน์มากขึ้น มีการจัด “ดิสคัฟเวอร์เจอเนสส์” เพื่อดึงคนใหม่ที่ไม่รู้จักธุรกิจเข้ามาเรียนรู้ เรื่องผลิตภัณฑ์บริษัท และแผนการตลาด ส่วนอีกงาน คือ การจัดกิจกรรม เจอเนสส์ ยูนิเวอร์ซิตี้ เป็นงานที่จัดขึ้นทุก 4 เดือน ภายใน 1 ปีจะมีประมาณ 3 ครั้ง พร้อมชูแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจพร้อมขับเคลื่อนเดินหน้าการทำธุรกิจเครือข่ายการตลาดอย่างเต็มกำลังด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่และเครื่องมือทางการตลาดมากมายที่รองรับพร้อมสนับสนุนให้การทำธุรกิจของนักธุรกิจง่ายยิ่งขึ้น

เจอเนสส์ พร้อมการันตีความสำเร็จจากการพิชิตรางวัลด้านการตลาดและผลิตภัณฑ์มากถึง 804 รางวัลและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกปี มีการรองรับการทำธุรกิจภายใต้แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับส่งเสริมการตลาด อาทิ JMobile, JOffice, ระบบบริหารลูกค้าสัมพันธ์ Customer Relationship Management (CRM), Play Jeunesse, ShareJeunesse.com และ We Live Jeunesse Magazine ที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ครบวงจร ทั้งในด้านบริษัท, ผลิตภัณฑ์ และโอกาสธุรกิจ รวมไปถึงคลังรูปภาพและวิดีโอ สำหรับแชร์ผ่านทาง Social Media เช่น Facebook , Instagram, Twitter, TikTok พร้อมช่องทางการติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ผ่านทาง line official @jnthailand เพื่อความสะดวก ง่ายต่อการสอบถามข้อมูลต่าง ๆ รวมไปถึงขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ หรือกดส่งข้อความทางเฟซบุ๊ก Jeunesse Global (Thailand) ก็ได้เช่นเดียวกัน และอีกหลายช่องทางซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจแบบมือโปรสำหรับการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน

“ด้วยสถานการณ์โควิดในปัจจุบัน ทำให้ปีนี้เรายังคงดำเนินการตามแผนของปีที่ผ่านมา หากสถานการณ์ดีขึ้นก็หวังว่าจะสามารถจัดงานประชุม หรืองานอื่น ๆ ได้ตามปกติในเร็ววัน ขณะเดียวกันบริษัทก็มีจัดกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ อาทิ การสอนทักษะความเป็นผู้นำ สินค้า แผนการตลอด หรือการจัดอบรมใน Facebook ผ่านกลุ่มปิด เรียกได้ว่าในปีนี้บุกตลาดออนไลน์เต็มรูปแบบ พร้อมทุ่มทุนวางแพลตฟอร์มจัดงานออนไลน์ต่อยอดไม่หยุดยั้ง ส่งผลให้ยอดขายในปีที่ผ่านมาเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ”

อย่างไรก็ตามในปี 64 บริษัทวางแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ 3 รายการ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการขออนุญาตสำนักงานองค์การอาหารและยา หรือ อย. โดยเจอเนสส์มีแผนการนำเข้าผลิตภัณฑ์อีกหลายรายการ และอยู่ขั้นตอนการดำเนินการ เช่น อโลเวร่า ผลิตภัณฑ์ว่านหางจระเข้ผสมเลมอน ช่วยเพิ่มสารแอนตี้ออกซิแดนท์โดยส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ

อลิศรา ยังกล่าวต่ออีกว่า ผลิตภัณฑ์ “รีเซิร์ฟ” (Reserve) ยังสามารถทำยอดขายดีต่อเนื่อง ถือเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงของบริษัทตลอดกาล รองลงมาคือผลิตภัณฑ์ “เรวิต้าบลู” (RevitaBlū) และ ผลิตภัณฑ์ “นารา” (Naara) ตามลำดับ คาดว่าด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนสนใจดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ อีกทั้งบริษัทมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายจัดเซต จัดกลุ่ม ผนวกโปรโมชั่น ได้รับการตอบรับที่ดีจากสมาชิกและผู้บริโภค และในปีนี้เจอเนสส์ปูทางสร้างคอมมูนิตี้เพื่อสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเวิร์กช็อปสุขภาพผ่านการใช้งานโซเชียล มีเดีย เราวางแผนกระตุ้นการตลาด เริ่มจับทิศทางเศรษฐกิจ โดยเริ่มต้นทั้งการโมติเวตลูกค้า จัดโปรโมชั่นเป็นระยะเพื่อช่วยลูกค้า และหวังว่าจะได้เปิดตัวสินค้าใหม่เร็ววัน จะสามารถช่วยเพิ่มยอดขาย และขยายฐานลูกค้า

“ในไตรมาสแรก เราจะทำกิจกรรมเป็นชาเลนจ์ (Challenge) ผ่านการโพสต์ Facebook ส่วนตัว โดยมิชชั่นแรก จัดชาเลนจ์ การวางเป้าหมายสุขภาพดีของตัวเอง คือ บอกเล่า เป้าหมายสุขภาพในปีนี้ จะทำอะไร เช่น วางแผนเพิ่มกล้ามเนื้อ เพิ่มน้ำหนัก เป็นต้น กิจกรรมนี้จะจัดขึ้นทุกอาทิตย์ ของรางวัลก็จะมอบเป็นผลิตภัณฑ์ ส่วนสัปดาห์สุดท้ายของการจัดมิชชั่นผู้ที่เข้ารอบจะได้รับของรางวัลเป็นเงินสด และบิวตี้เวิร์กช็อปออนไลน์ ผลตอบรับดีมากทุกคนให้ความสนใจ”

อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมาบริษัทดำเนินการรีแบรนด์ J Coffee เปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งใหม่ ซึ่งได้ผลตอบรับดีมากขึ้นจากสมาชิก คาดว่าปีนี้จะมีการรีแบรนด์อีกหลายรายการ เพื่อส่งเสริมการตลาดช่วยสมาชิก ส่วนทริปท่องเที่ยวบริษัทยังคงแผนเดิมของปีที่ผ่านมา เพียงแค่ขยับเลื่อนการเดินทางออกไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับมาปกติ บริษัทจึงมุ่งเน้นการทำกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านทางออนไลน์เป็นหลัก