“เจอเนสส์” Top 20 โลก เผยยอดขายสะสม 8 พันล้านเหรียญ

“เจอเนสส์ โกลบอล” ฉลองครบรอบปีที่ 11 พิชิตเส้นชัยมียอดขาย 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นยอดสะสมทั่วโลกนับตั้งแต่เปิดดำเนินธุรกิจในช่วง 11 ปี ที่ผ่านมา อีกหนึ่งหลักชัยแห่งความสำเร็จครั้งสำคัญหลังจากเปิดตัวบริษัทในปี 2009 ปณิธานของสองผู้ก่อตั้ง แรนดี้ เรย์ (CEO), เวนดี้ ลิวอิส (COO) และ สก็อต เอ. ลิวอิส Chief Visionary Officer คือ การสร้างแบรนด์พันล้านดอลลาร์ระดับโลก โดยพวกเขาสามารถพิชิตเป้าหมายพันล้านดอลลาร์นี้ได้ในปี 2015 พร้อมกับการครองตำแหน่งบริษัทที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ขายตรงที่มียอดขายทั่วโลกในระดับ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

เจอเนสส์ ได้สร้างสถิติใหม่ให้บริษัทอีกครั้งโดยมียอดขายสะสมเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมียอดขายสะสม 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายปี 2016 และมียอดขายสะสมแตะระดับ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2018 และพิชิตยอดขายสะสม 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือนมกราคม ปี 2021 การเติบโตของบริษัทได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากสถาบันต่าง ๆ มากกว่า 30 รางวัล รวมถึงการติดทำเนียบ Inc. 5000 บริษัทที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 5 ปี ติดต่อกันและติดอันดับ Top 20 ของ Global 100 บริษัทที่มียอดขายสูงสุดทั่วโลกซึ่งเป็นการจัดอันดับโดยนิตยสาร Direct Selling News ตั้งแต่ปี 2016

ในปี 2020 เจอเนสส์มีอัตราการเติบโตในแต่ละภูมิภาคทั่วโลกเป็นตัวเลขสองหลัก โดยมีอัตราการเติบโตตั้งแต่ 12% ไปจนถึง 42% โดยบริษัทสามารถสร้างอัตราการเติบโตในระดับดังกล่าวได้ แม้จะมีสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้บริษัทต้องปรับเปลี่ยนงานอีเว้นต์ที่จัดขึ้นทั่วโลกหลายร้อยงานในแต่ละปี เป็นการเผยแพร่สดงานอีเว้นต์ผ่านทางออนไลน์และให้พนักงานประมาณ 775 คน ทำงานจากทางไกล

สก็อต เอ. ลิวอิส ประธานบริหารด้านวิสัยทัศน์ บริษัท เจอเนสส์ โกลบอล จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “การได้พิชิตหลักชัยสำคัญดังกล่าวเป็นผลจากการทำงานอย่างหนักและทุ่มเทของครอบครัวนักธุรกิจและพนักงานเจอเนสส์ทั่วโลก แม้ว่าในปี 2020 เราจะได้พบกับความท้าทายในแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน เราได้ทบทวนองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างในการดำเนินงาน ทางด้านธุรกิจของเราเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานของนักธุรกิจในสถานการณ์ดังกล่าว สำหรับเราแล้วตัวเลขนี้เป็นมากกว่าหลักชัยแห่งความสำเร็จที่พิชิตได้ มันเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบในด้านบวกที่เราได้สร้างสรรค์ขึ้นร่วมกันและสื่อให้เห็นถึงผู้คนมากมายทั่วโลกซึ่งมีชีวิตที่ดีขึ้น”