USANA โตสวนวิกฤติโควิด-19 ตอกย้ำผู้นำระดับโลกผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

โตสวนวิกฤติโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีสำหรับยักษ์ขายตรงไบนารี่เบอร์หนึ่งของโลกอย่าง “บริษัท ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์ อิงค์ จำกัด” ที่สามารถตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในวงการผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ด้วยการเติบโตของยอดขายในปี 2563 ที่ปรากฏตัวเลขให้เห็นทั้งจากยอดขายสุทธิในไตรมาสที่ 4 เพิ่มขึ้นถึง 14.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าหรือเท่ากับ 310.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจากยอดขายสุทธิทั้งปี (สิ้นสุด ณ วันที่ 2 มกราคม 2564) เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าหรือเท่ากับ 1.135 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เช่นเดียวกับความสำเร็จของ บริษัท ยูซานา เฮลธ์ ไซเอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้จัดงานประดับเข็มประจำปี “USANA THAILAND CELEBRATION 2021” ภายใต้ความสำเร็จวิถีใหม่ ยิ่งเปลี่ยน ยิ่งแกร่ง ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ก็ได้เปิดเผยภาพรวมความสำเร็จของยูซานาทั่วโลกที่เกิดขึ้นและความสำเร็จของ ยูซานา ประเทศไทย ในก้าวต่อไปจากผู้บริหารหญิงแกร่ง ที่นั่งเก้าอี้ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ว่า “แม้ช่วงปีที่ผ่านมาจะเกิดวิกฤติโควิด-19 แต่ธุรกิจยูซานาทั่วโลกก็ยังคงรักษาการเติบโตให้เพิ่มขึ้นได้โดยมีปัจจัยเกื้อหนุนมาจากกระแสความต้องการผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อสุขภาพที่สูงขึ้น ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ยูซานาก็สามารถตอบโจทย์ด้านการดูแลสุขภาพได้ดี เรียกว่าขายดีในทุกตลาดทั่วโลกจนเกิดปรากฏการณ์สินค้าขาดสต๊อก แต่อย่างไรก็ดี เราสามารถแก้ไขปัญหาและพร้อมดำเนินการทุกอย่างให้เข้าสู่ภาวะปกติเช่นเดิม ประกอบกับอีกหนึ่งปัจจัยที่เกื้อหนุนให้ธุรกิจยูซานาเติบโตขึ้นกว่าเดิมก็คือ การนำ Global Promotion มาใช้ร่วมกันในทุกสาขาทั่วโลกจนเกิดเป็นกระแสตอบรับที่ดี และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ยอดขายยูซานาเพิ่มขึ้นอย่างมากในหลายตลาดทั่วโลก เช่น ยูซานาในตลาดฟิลิปปินส์ที่มียอดขายเติบโตสูงถึง 50% หรืออย่างยูซานาในตลาดเกาหลีก็เติบโตกว่า 30%”

ขยายฐานธุรกิจส่งต่อคนรุ่นใหม่
แม้ก่อนหน้านี้นักธุรกิจยูซานา ประเทศไทย จะเป็นวัยกลางคนหรือกลุ่มเบบี้บูมเมอร์เป็นส่วนใหญ่ แต่หลังจากได้เริ่มขยับปรับเปลี่ยนมาทำงานผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นก็สามารถขยายฐานสมาชิกในกลุ่มใหม่ ๆ ทั้งกลุ่ม Gen X , Gen Y หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนเจนมิลเลนเนียลส์มากขึ้น ส่วนกลยุทธ์ของยูซานาไทยในปี 2564 นั้น สาริณี กล่าวว่า “ถึงแม้ผลิตภัณฑ์สินค้าของยูซานาจะมีจุดแข็งสำคัญที่มั่นใจได้ว่าเมื่อลูกค้าบริโภคแล้วจะกลับมาซื้อซ้ำในอัตราที่สูงแต่ก็ยังมีสิ่งที่เป็นเรื่องท้าทายให้ต้องทำ คือ ทำอย่างไรให้คนในวงกว้างได้ใช้ผลิตภัณฑ์สินค้าของยูซานา โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ๆ ดังนั้น จากปีที่แล้วที่มุ่งเน้นกลยุทธ์สร้างผู้นำโดยมีระบบในการพัฒนาคน พัฒนานักธุรกิจซึ่งทำได้ดีระดับหนึ่ง และเมื่อมาถึงปีนี้จึงต่อยอดด้วยกลยุทธ์การสร้างการรับรู้ให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและจดจำได้ในวงกว้าง พร้อมกับการขยายฐานนักธุรกิจในกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสอดรับกับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสกินแคร์เพื่อใช้เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะให้ความใส่ใจต่อผิวพรรณ โดยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ เซลาวีฟ เอ็กโฟลีเอทติ้ง สครับ+มาสก์ สูตร Dual-Action สำหรับช่วยแก้ปัญหามลภาวะที่มีต่อผิวอย่างอ่อนโยน หมดจด และช่วยกระชับรูขุมขนให้ผิวเนียนเรียบพร้อมคืนความกระจ่างใสให้ได้ในคราเดียวกัน”

และเมื่อถามถึงแนวทางการสร้างแบรนด์อะแวร์เนสของยูซานา ก็ได้รับคำตอบว่ามีสิ่งที่จะเห็นเด่นชัดเลยก็คือการที่ยูซานามีอิทธิพลบนสื่อโซเชียล ซึ่งเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ยูซานาอยู่เป็นจำนวนมากเรียกว่าเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จริง ๆ นอกจากนี้ยังได้สร้างแบรนด์อะแวร์เนสด้วยการไทอิน (Tie-in) ในละครซีรี่ส์ เช่น ยูซานา เอ็กซ์ เดอะ บราเดอร์ ซีรี่ส์ เป็นละครแนว Y ที่สามารถเข้าถึงคนทุกวัยและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ดังนั้น การทำตลาดในโซเชียล มีเดีย และออนไลน์ของยูซานาจะเชื่อมโยงเข้ากับการไทอินแบรนด์ผลิตภัณฑ์ให้ได้เห็นว่าตัวละครในเรื่องได้มีการนำผลิตภัณฑ์ยูซานาไปใช้ในชีวิตประจำวันของพวกเขาและสามารถช่วยให้คนจำนวนมากได้เห็นแบรนด์ยูซานาเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

รุกคืบทรานส์ฟอร์ม 360 องศา
ผู้จัดการทั่วไป ยูซานา ประเทศไทย ยังได้เน้นย้ำถึงอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของยูซานาในการทรานส์ฟอร์ม 360 องศา โดยไม่เพียงเปลี่ยนลุคเปลี่ยนวิธีการเท่านั้น แต่ยังต้องเปลี่ยนโดยรอบทั้ง 360 องศา โดยเฉพาะการทรานส์ฟอร์ม ที่ยูซานาไม่เคยหยุดทำเลยก็คือ การทรานส์ฟอร์มด้วยการพัฒนาศักยภาพบุคคลแม้ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ซึ่งถึงจะไฮทัชไม่ได้ก็ต้องไฮเทคจากการพัฒนาระบบออนไลน์และการพัฒนาคนผ่านช่องทางออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ

รวมทั้งยังตอบโจทย์การพัฒนาผู้นำได้อย่างแท้จริงภายใต้กระบวนการพัฒนาศักยภาพตนเอง #OneUsanaThailand เพื่อนำพาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คน ไม่ใช่แค่การซื้อมาขายไปเพียงเท่านั้น แต่ยังต้องนำองค์ความรู้ที่รู้จริงรู้แน่นและรู้ช่องทางการเข้าถึงกลุ่มคนให้ได้อย่างทั่วถึงรวมถึงการเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ทั้งภายใน ภายนอกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นระหว่างองค์กร เรากับนักธุรกิจ หรือระหว่างนักธุรกิจกับลูกค้า ซึ่งทั้งหมดเป็นภาพยูซานาที่มีความเป็นครอบครัวและนำมาพัฒนาเชื่อมโยงเข้ากับการแบรนด์แบบองค์รวมกันเลยทีเดียว