กรุงเทพประกันชีวิต เผยครึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทมีเบี้ยประกันรับใหม่ อยู่ที่ 8% คาดในปีนี้บริษัทยังคงเป้า
การเติบโตของเบี้ยใหม่ไว้ที่ 10% อีกทั้งมีความสนใจและศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากเป็นกองทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในระดับ 5% ต่อปี และในอนาคตจะเพิ่มเป็น 7% ทำให้มีโอกาสจะเข้าไปถือไปลงทุน

ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) เปิดเผยว่า ในครึ่งปีแรกของปี 2561 กรุงเทพประกันชีวิตมีอัตราเติบโตของเบี้ยประกันรับใหม่อยู่ที่ 8% จากการคาดการณ์ของสมาคมประกันชีวิตไทยที่ว่าปีนี้เบี้ยประกันชีวิตรับรวมจะเติบโตที่ 4-6% ตามสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและตลาดประกันชีวิตในไทยที่ยังเติบโตได้อีกมากในขณะนี้บริษัทมีช่องทางขายผ่านธนาคารหรือแบงก์แอสชัวรันส์อยู่ 70% ช่องทางตัวแทน 20% และช่องทางขายตรง ช่องทางออนไลน์ ช่องทางประกันกลุ่มอีก 10%

แต่เมื่อถึงสิ้นปี 2564 จะลดสัดส่วนช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์เหลือ 40% และเพิ่มช่องทางตัวแทนเป็น 40% รวมถึงช่องทาง อื่นๆ เป็น 20% ซึ่งผลกระทบจากช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ที่เคยเป็นพันธมิตรหลักของเรา ทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองอย่างมาก ในปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนอยู่ 16,000 คน แต่มีตัวแทนที่สร้างยอดขาย ต่อเนื่องได้น้อยอยู่

ดังนั้น จึงเป็นโอกาส ที่ดีในการผลักดันให้ตัวแทนแต่ละคน สามารถสร้างยอดขายและพัฒนาตัวเองเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะผลักดันช่องทางออนไลน์ด้วย เพราะเป็นช่องทางที่ลูกค้าได้ประโยชน์มากที่สุด และเบี้ยก็ถูกกว่าช่องทางอื่นมาก ซึ่งบริษัทกรุงเทพประกันชีวิตเป็นบริษัทแรก ที่ขายประกันชีวิตออนไลน์ได้เต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสินค้าจะเน้นขายแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองชีวิต และสุขภาพมากขึ้น ซึ่งในช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมาเติบโตถึง 30% และแบบประกันประเภทคุ้มครองตลอดชีพก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 35-40% จากปัจจุบันอยู่ที่ 20%ขณะเดียวกันก็ลดการขายแบบประกันสะสมทรัพย์ระยะสั้นถึงกลาง

ม.ล.จิรเศรษฐ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทยังคงเป้าการเติบโตของเบี้ยใหม่ไว้ที่ 10% โดยไม่รวมสินค้าออมทรัพย์ระยะสั้น แต่ในเดือน ต.ค.นี้ จะมีการทบทวนถึงแผนธุรกิจในปีนี้และแผนในปีหน้าเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งในปัจจุบันบริษัทมีเงินลงทุนอยู่ 3 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ 80% หุ้น 10% และอื่นๆ อีก 10% ตั้งเป้าผลตอบแทนอยู่ที่ 4.5% ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกทำได้สูงกว่าเป้าอยู่ที่ 4.6% โดยมีอัตราเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามกฎหมายอยู่ที่ 240-250% จากเกณฑ์ขั้นต่ำอยู่ที่ 140% ในขณะเดียวกันมีความสนใจ และได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) เนื่องจากเป็นกองทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในระดับ 5% ต่อปี และในอนาคตจะเพิ่มเป็น 7% ทำให้มีโอกาสจะเข้าไปถือไปลงทุน

นอกจากนั้นได้เปิดตัวแคมเปญ บีแอลเอ FA 3B อย่างเป็นทางการด้วยแนวคิด “จะยอมให้โชคชะตากำหนด หรือกำหนดชีวิตตัวเอง” ซึ่งการสื่อสารในแคมเปญนี้มีที่มาจากเรื่องจริงของลูกค้าผู้ที่ไม่เชื่อในโชคชะตา การจะทำตามเป้าหมายที่ตนเองต้องการหรือการประสบความสำเร็จ จะเกิดขึ้นได้เมื่อเริ่มวางแผนการเงิน ซึ่งการวางแผนการเงินที่ดีเกิดจากวินัย ดังนั้นที่ปรึกษาการเงินผู้เชี่ยวชาญ หรือที่ปรึกษาการเงินบีแอลเอ FA 3B

จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนบุคคล ให้คำปรึกษาและช่วยวางแผนการเงินตามเป้าหมายให้แก่ลูกค้า
โดยบริษัทร่วมผนึกกำลังกับ 3 พันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ กรุงเทพประกันชีวิต กรุงเทพประกันภัย และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการให้ความรู้แก่ที่ปรึกษาการเงิน ให้มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ทันสถานการณ์ต่างๆ ของโลกที่เปลี่ยนไป รวมถึงพัฒนาเครื่องมือการขายเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และความแม่นยำในการวางแผนการเงินให้แก่ลูกค้าอีกด้วย

You might also like More from author