ฟิลลิปประกันชีวิต โชว์เบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 294 ล้านบาท หรือเติบโตที่ 36% สำหรับเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปอยู่ที่ 504 ล้านบาท คิดเป็นอัตราความคงอยู่ของเบี้ยประเภทสามัญที่ 89%ส่งผลให้ขณะนี้บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมจำนวน 798 ล้านบาท เติบโต 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พร้อมตั้งเป้าเบี้ยรับรวมแตะ 1,500 ล้านบาท โต 37%

ปรัชญา กุลวณิชพิสิฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2561 (เดือนม.ค.-ส.ค.) บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 294 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 36% สำหรับเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปอยู่ที่ 504 ล้านบาท คิดเป็นอัตราความคงอยู่ของเบี้ยประเภทสามัญที่ 89% ส่งผลให้ขณะนี้บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมจำนวน 798 ล้านบาท เติบโต 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
สำหรับเป้าหมายในปี 2561 นี้ บริษัทกำหนดเบี้ยประกันภัยปีแรกจำนวน  666 ล้านบาทเบี้ยประกันภัยปีต่อไปจำนวน 834 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยรับรวมจำนวน 1,500 ล้านบาท หรือเติบโต 37% นอกจากนั้นเบี้ยสามัญรายใหม่ต่อกรมธรรม์ (Case size) ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2557 จำนวน 32,938 บาท เป็น 48,030 บาท ณ ปัจจุบัน โดยคาดว่า Case size  ณ สิ้นปี 2561จะเพิ่มขึ้น 70% จากที่ผ่านมา จากการเติบโตในระดับสูงดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกๆด้านของบริษัทฯ ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพตัวแทน ด้านเทคโนโลยี ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการตลาด ช่องทางการจัดจำหน่าย และอื่นๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้เอาประกันภัยได้อย่างมีคุณภาพ

ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตลงทุนประมาณ 9,700-9,800 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นพันธบัตร และหุ้นกู้เอกชนประมาณ 70% และที่เหลือเป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการลงทุนในหุ้นนั้นมีทั้งส่วนที่บริษัทบริหารเอง ซึ่งบริษัทมีทีมที่จะคอยดูแลในเรื่องการลงทุน โดยจะมีการประชุมร่วมกันทุกเดือน และอีกส่วนหนึ่งจะให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เป็นผู้บริหาร สำหรับผลตอบแทนปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 6% ซึ่งปีนี้ก็คาดว่าจะทำได้ใกล้เคียงกับปีก่อน

ทั้งนี้บริษัทได้ออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในช่วงโค้งสุดท้ายของ ปี 2561 อาทิแบบ โปร เซฟวิ่ง 15/6 ประกันภัยแบบสะสมทรัพย์  เน้นการวางแผนความมั่นคงทางการเงิน ด้วยการชำระเบี้ยฯ เพียง 6 ปี คุ้มครองถึง 15 ปี โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ เมื่อครบสัญญาได้รับผลตอบแทนสูงสุดถึง 720% ของทุนประกันภัย  และแบบพรีเมี่ยม รีเทิร์น 25/15 ชนิดไม่มีเงินปันผล สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนมรดกให้ลูกหลาน ซึ่งชำระเบี้ยฯ 15 ปี ให้ความคุ้มครอง 25 ปี เมื่อครบสัญญาจะได้รับผลตอบแทน 110 % ของเบี้ยประกันภัยที่ได้รับชำระมาแล้วทั้งหมด

อีกทั้ง บริษัทได้รับอนุมัติใบอนุญาตประกอบธุรกิจ LBDU และได้จัดตั้งบริษัท GI Broker ขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อม ในการให้บริการด้านการลงทุน และความคุ้มครองภัยได้ครบวงจร  นอกจากนั้น จากผลความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจประกันชีวิต ในประเทศไทยที่ผ่านมาได้ทำให้บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ในประเทศกัมพูชา ที่ดำเนินงานภายใต้กลุ่มฟิลลิปแคปปิตอล ประเทศสิงคโปร์โดยได้รับอนุญาตการประกอบธุรกิจประกันชีวิตอย่างเป็นทางการ

เมื่อ 29 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ได้นำแนวทางการดำเนินธุรกิจจากประเทศไทยมาปรับใช้ ด้วยการบูรณาการทรัพยากรร่วมกันจึงมีความมั่นใจในศักยภาพว่าการดำเนินธุรกิจประกันชีวิตในกัมพูชาจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับฟิลลิปประกันชีวิตในประเทศไทย นอกจากนั้นฟิลลิป ประกันชีวิต ได้นำแนวคิดWorkplace Strategy มาออกแบบสถานที่ทำงานในรูปแบบใหม่ณ สาขาไอทีเอฟ สีลม บนพื้นที่ใช้สอย 1,600 ตารางเมตร  ใจกลางย่านธุรกิจ โดยจัดสรรพื้นที่การทำงานแบบมีส่วนร่วม ให้มีพื้นที่เปิดโล่ง เลือกใช้โต๊ะทำงานที่มีขนาดใหญ่สามารถใช้งานร่วมกันได้ รวมถึงเทคโนโลยีอันทันสมัยในการอำนวยความสะดวกให้กับตัวแทน และผู้ถือกรมธรรม์

“ในปี 2561ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการขยายสาขาคือสาขานนทบุรี  สาขาอุบลราชธานี และสาขาหนองคาย เพื่อรองรับการขยายงานในอนาคต โดยปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนทั้งสิ้น 2,910 คน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา จึงทำให้บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาตัวแทนมืออาชีพ อย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาหลักสูตร เพื่อยกระดับสู่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ให้เป็นนักวางแผนทางการเงิน และการลงทุนให้กับลูกค้าได้อย่างครบวงจร ในขณะเดียวกัน บริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ตัวแทน ผู้ถือกรมธรรม์ให้เข้าถึงการบริการได้ดียิ่งขึ้น และง่ายต่อการใช้งานอีกด้วย” ปรัชญา กล่าว

You might also like More from author