“The GEMS เป็นบริษัทยุคใหม่ที่ทำงานกันในรูปแบบของธุรกิจเครือข่ายจริง ๆ ไม่ได้เน้นไปที่การขาย แต่เน้นไปที่การขยาย และแผนรายได้ก็จ่ายเป็นวินาที ซึ่งทันกินทันใช้กับรายจ่ายของยุคปัจจุบัน ดังนั้นนี่คือจุดเด่นหลักเลยก็ว่าได้ อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่ดีมาก ๆ ซึ่งตอบโจทย์กับทุกคนที่ผมไปพบ ทำให้ผมมั่นใจว่าทุกสิ่งที่เป็น The GEMS คือ จุดเด่นที่จะทำให้เดินทางไปสู่ความสำเร็จได้แบบไม่ยากเลย”
ธนภัทร ธนพรปวรกุล คนรุ่นใหม่ที่เรียนจบและมาร่วมธุรกิจกับ The GEMS เพราะความคิดว่า The GEMS คือ ธุรกิจที่เขาสามารถเป็นตัวของตัวเอง ให้อิสระในการทำงานแบบไม่ต้องตื่นเช้า หรือกลับดึก เหมือนการทำงานประจำ แต่เมื่อได้เข้ามาร่วมธุรกิจกับ The GEMS ที่นี่กลับยิ่งให้เขามากกว่า ด้วยการก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่งานประจำคงให้ไม่ได้ในเวลาอันรวดเร็วแบบนี้ ทำให้เขาคิดว่าด้วยเงินลงทุนที่ไม่ถึงครึ่งแสน สามารถสร้างให้เขาได้เรียนรู้ทั้งในเรื่องของการบริหาร และในทุก ๆ เรื่องของการพาทีมให้ประสบความสำเร็จ อย่างไรนั้น มาเรียนรู้ความคิดของเขาไปด้วยกันในคอลัมน์ Hall of Fame
เขาคนนี้เป็นนักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบมาและเข้ามาร่วมธุรกิจกับ The GEMS โดยที่ไม่เคยได้ทำงานอะไรมาก่อน ด้วยการเริ่มต้นมาจากมารดา คือ สุภานิชา ธนพรปวรกุล ที่เป็นนักธุรกิจระดับ TG 5 Millionของ The GEMS ที่ประสบความสำเร็จกับธุรกิจนี้ มีรายได้เข้ามาทุกเดือน ไม่เหมือนธุรกิจอื่นที่มารดาเคยทำซึ่งต้องลงทุนอยู่ตลอดเวลา และรายได้ก็ไม่แน่นอน บวกกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมตอบโจทย์ให้ทำงานง่าย ซึ่งเขาบอกว่า ทุกองค์ประกอบของ The GEMS เอื้อให้ประสบความสำเร็จ เขาจึงตัดสินใจเลือกร่วมธุรกิจในแบบที่ไม่ต้องคิดเยอะเลย
“ธุรกิจ The GEMS ทำให้ตัวผมเป็นตัวผมเองมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นความอิสระ คือ ไม่ต้องตื่นเช้า กลับบ้านดึก เหมือนการทำงานประจำ การทำ The GEMS เราสามารถทำตอนไหนก็ได้ที่เราอยากทำ อีกทั้ง The GEMS มีปัจจัยที่เอื้อให้ทำงานง่าย ไม่ว่าจะเป็นแผนการตลาด หรือว่าผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดันเราให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์ของ The GEMS เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายตัวเองได้ โดยที่เราไม่ต้องไปโฆษณา รวมทั้งแผนการตลาดที่สามารถจ่ายเงินให้เราเห็นได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1 – 2 เดือน”
ธนภัทร มีเคล็ดลับในการทำงานโดยใช้การฟัง ไม่ว่าฟังจากรุ่นพี่ หรือคนใหม่ ๆ ที่เข้ามา ซึ่งสามารถทำให้เขามีแนวคิดที่ดีมาปรับใช้ในการพัฒนาตัวเอง รวมถึงการหมั่นเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ส่วนทางด้านการบริหารทีมของเขา จะเป็นในลักษณะช่วยวางแผน ว่าควรจะไปตรงจุดไหนที่จะทำให้มีรายได้โดยไม่เจ็บตัว และช่วยสอนในการบริหารเงิน ว่าเมื่อได้เงินมาแล้วสมควรนำไปลงทุนที่ไหน อย่างไร และไม่ควรเสียไปกับอะไร
“ธุรกิจ The GEMS เป็นธุรกิจที่ดี ตรงที่ว่าเราไม่ต้องไปเป็นลูกน้องใคร และด้วยเรื่องของการทำงาน ที่พอทำไปสักพัก จากตอนแรกเพียงต้องการแค่อิสระ เป็นตัวของตัวเอง กลายเป็นว่า พอทำไปเรื่อย ๆ เริ่มมีทีมงานเยอะขึ้น ก็เริ่มขยับขึ้นมาสู่การบริหาร พอได้บริหารแล้วก็เหมือนกับเป็นการซ้อมที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจไปในตัว ตรงนี้ที่เราได้ประโยชน์โดยไม่ต้องลงทุนเยอะ เพราะหากไปทำอะไรเป็นของตัวเอง ผมมองว่าเงินแค่ไม่ถึงครึ่งแสน ไม่สามารถทำให้เราได้ประสบการณ์ที่ดีขนาดนี้ แต่ในขณะเดียวกัน The GEMS ทำให้ผมได้พัฒนาตัวเองในหลาย ๆ ด้านมาก ๆ เลยอยากจะบอกว่า นี่คือข้อดีที่หลาย ๆ คนควรมาเปิดใจลองฟังและเรียนรู้ดู”
สำหรับการทำงานของคนรุ่นใหม่อย่างเขาที่เรานึกว่าจะทำแบบออนไลน์เป็นหลักเสียมากกว่า แต่กลับเป็นการทำงานแบบออฟไลน์เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยให้เหตุผลว่า การทำงานออนไลน์มีความรู้สึกห่างไกลและปิดจบยาก แต่การทำงานแบบออฟไลน์ นอกจากจะได้ในเรื่องของงานแล้ว ยังได้สายสัมพันธ์ที่ดีตามมาอีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีกว่านั่นเอง
“การที่ผมสามารถมาอยู่ตรงจุดนี้ รู้สึกผิดคาด เพราะไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้ขึ้นมาเป็นผู้บริหารได้เร็วขนาดนี้ สมมุติถ้าผมได้ทำงานตามสายงานที่จบมา วันนี้ก็คงยังเป็นแค่พนักงานคนหนึ่งอยู่เลย ไม่ต้องมานั่งคิดว่า วันนี้ต้องไปที่ไหน หรือว่าวันนี้ต้องทำอะไร ไม่ต้องมานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรองค์กรของเราถึงจะใหญ่โต ผมจึงรู้สึกว่าค่อนข้างผิดคาด และสิ่งที่ได้รับมายิ่งใหญ่เกินที่ผมฝันไว้เหมือนกัน”
ในยุคปัจจุบันการที่ยังมีคนไม่ชอบธุรกิจเครือข่ายอยู่ ซึ่งถ้าเป็นผมจะถามเขาก่อนว่าที่ไม่ชอบนั้นมีเหตุผลจากอะไร ไม่ชอบที่ตัวธุรกิจ หรือไม่ชอบที่ภาพจำเดิม ๆ ถ้าเขาไม่ชอบภาพจำเดิม ๆ ผมก็จะบอกให้เข้ามาเรียนรู้กับ The GEMS ดูก่อน ว่าที่นี่เป็นธุรกิจยุคใหม่ ให้ลองเปิดใจฟัง และถ้าอยากทำเป็นธุรกิจ ที่นี่คืออีกหนึ่งหนทาง หรือเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่จะทำให้คุณเปลี่ยนชีวิตได้จริง เพียงแค่เปิดโอกาสแก่ตนเอง
![]()

