SCM บริษัทขายตรงที่ท้าทายการเติบโตด้วยการเข้าตลาดหลักทรัพย์เจ้าแรกในอุตสาหกรรมขายตรงเมื่อ 5 ปีก่อน ได้แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงที่แข็งแกร่งสามารถฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจของไทยมาได้โดยตลอด แบบเน้นกลยุทธ์การเติบโตที่ยั่งยืน ไม่หวือหวา ภาวะเศรษฐกิจของทั่วโลกที่ซบเซาในช่วงนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งช่วงของหลาย ๆ ธุรกิจที่ต้องมีการวางแผนกลยุทธ์เพื่อครองใจผู้บริโภคนั้น หากธุรกิจไหนที่ไม่สามารถปรับตัวได้ ก็ต้องปิดตัวลง แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ SCM ที่วันนี้ถึงแม้ว่าจะมีข่าวเคลื่อนไหวเรื่องของประเด็นราคาหุ้นที่ลดลง หรือการที่ผู้บริหารบางรายถูกฟอร์ซเซล (Force Sell) ซึ่งได้รับการยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท และไม่มีผลกระทบต่อสถานะการเงิน
ขณะที่ทีมผู้บริหารพร้อมนำบริษัทก้าวผ่านความท้าทายครั้งใหม่ วางกลยุทธ์เร่งวางมาตรการเข้ม พัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) ปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลตามหลักธรรมาภิบาล มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์ของการ Empower ผู้คนสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืนประเด็นเรื่องของราคาหุ้นที่ลดลงนั้น บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ชี้แจงความเคลื่อนไหวราคาหุ้นที่ปรับลดลงช่วงที่ผ่านมา เกิดจากธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคลของผู้บริหารบางท่าน โดยเป็นการกู้ยืมเงินกับพันธมิตรทางการเงิน ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของต่างประเทศที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เมื่อพันธมิตรดังกล่าวมีการปรับโครงสร้างการดำเนินงานในประเทศ ทำให้เกิดการขอคืนเงินต้นในระยะเวลาอันสั้น ผู้กู้ยืมไม่สามารถชำระเงินได้ทันเวลา จึงเกิดการขายหลักทรัพย์ตามเงื่อนไข (Force Sell) ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน หรือกระแสเงินสดของบริษัทแต่อย่างใด ทุกส่วนในการดำเนินธุรกิจยังคงดำเนินการตามปกติและไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จึงให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า บริษัทยังคงเน้นการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืน
เพื่อเป็นการตอกย้ำและสร้างเพิ่มความเชื่อมั่น ทาง SCM ได้มีมาตรการสำคัญโดยทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการบริษัท ได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจในเรื่องที่มีนัยสำคัญอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) เพื่อป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน และทบทวนและปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลตามหลักธรรมาภิบาล
ทางด้าน CEO นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM กล่าวว่า ปี 2568 ได้มีการวางพัฒนากลยุทธ์สำคัญ ๆ ในทุกด้าน ตามวิสัยทัศน์ของการ Empower ผู้คนสู่ความสำเร็จ มุ่งไปสู่การขยาย พัฒนา และสร้างความเชื่อมั่น โดยการเน้นขยายตลาดในกลุ่มประเทศ ASEAN เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายธุรกิจ พร้อมการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพและความงาม และสร้างความเชื่อมั่น ในแบรนด์และเสริมศักยภาพของทีมงาน
ทั้งนี้ รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท 5 ลำดับแรกมีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2567 ดังนี้ 1.นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร 85,679,900 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 14.17% 2.สมพงษ์ ศิลป์สมบูรณ์ 62,340,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 10.32% 3.อธิโรจน์ เลิศฤทธิ์อธิกิจ 35,552,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.89% 4.สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ 34,922,900 หุ้น คิดเป็น สัดส่วน 5.77% และ 5.นพวิทย์ คณาวงศ์พัฒน์ 13,932,400 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 2.31%
อย่างไรก็ตาม เมื่อ วันที่ 23-25 มกราคม 2568 บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ยังได้มีการปรับลดทุนจดทะเบียน และได้ชี้แจ้งผู้ถือหุ้นให้ทราบดังต่อไปนี้ บริษัทได้ดำเนินการจดทะเบียนลดทุนชำระแล้ว จากทุนจดทะเบียนเดิม 302,394,950.50 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 298,151,400.50 บาท โดยการตัดหุ้นที่ซื้อคืนและจำหน่ายไม่ได้ของบริษัท จำนวน 8,487,100 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท รวม 4,243,550.00 บาท ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568
![]()

