กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนวงการขายตรงและ MLM ระดับโลก เมื่ออดีตแม่ทัพใหญ่ผู้สร้างตำนานยอดขายอันดับ 1 ของไทยและเอเชียอย่าง “โค้ชเชษฐ์ – สุรเชษฐ์ วงศ์หล่อ” และ “โค้ชนัตตี้ – จิณณพัต วงศ์หล่อ” ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมทีมทนายความ ประกาศศึกทางกฎหมายกับบริษัทขายตรงยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน หลังถูกยุติสัญญาตัวแทนจำหน่าย (Terminate) อย่างไม่เป็นธรรม วันนี้เราจะเจาะลึกถึงเบื้องหลังความขัดแย้ง “การเมืองภายใน” และ “บทเรียนราคาแพง” ที่นักธุรกิจไทยต้องเจอจากบริษัทข้ามชาติ พร้อมเรียกร้องความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 1,153 ล้านบาท
จุดเริ่มต้นของรอยร้าว จาก “คู่คิด” สู่ “คู่ขัดแย้ง”
โค้ชเชษฐ์ กล่าวว่า “ผมไม่เคยคิดว่าวันนี้จะเกิดขึ้น ตลอด 26 ปีที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ แต่วันนี้ผมกลับถูกปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรติ สาเหตุที่เขาอ้างในการยุติสัญญาเป็นเรื่องที่ ‘ไร้สาระ’ และเป็นเรื่องที่เราเคยตกลงกันไว้แล้ว ผมเชื่อว่ามันคือเรื่องของการเมืองภายใน และขบวนการลดรายจ่ายของบริษัทที่ทำกันอย่างเป็นระบบเพื่อกำจัดนักธุรกิจระดับสูง”
โค้ชนัตตี้ กล่าวว่า “นัตทำที่นี่มาตั้งแต่อายุ 17 ปี เราเหมือน Brand Ambassador ของเขาด้วยซ้ำ เราเป็นเบอร์ 1 ของไทยมา 10 กว่าปี และเป็นเบอร์ 1 ของเอเชียที่ทำยอดขายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ 45 ปีของบริษัท แต่สิ่งที่ได้รับคือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และการถูกกลั่นแกล้งในสิ่งที่พยายามจะพัฒนาบริษัทให้ดียิ่งขึ้น”
ปม “Shopee” สู่การหักหลัง เมื่อไอเดียถูกขโมย?
โค้ชนัตตี้ กล่าวว่า “เรื่องนี้เจ็บปวดที่สุดค่ะ เมื่อปีครึ่งที่แล้วผู้บริหารระดับสูงจากอเมริกาบินมาพบเรา เรานำเสนอไอเดียการทำระบบ E-commerce เพื่อแก้ปัญหาการขายตัดราคาและขยายตลาดในไทย บริษัทบอก เอาเลย ลุยเลย มีภาพหลักฐานการประชุม มีแชทคุยกับ GM และ CEO ตลอด”
“กระทั่งเขาขอให้เราสอนทีมงานและฝ่ายจรรยาบรรณ (MPC) ถึงที่บ้านว่าระบบ Shopee ทำงานยังไง แต่พอเราสอนเสร็จ ปรากฏว่าเขาบอกให้เราปิดร้าน เราก็ปิดทันทีเพื่อแสดงความจริงใจ แต่หลังจากนั้นเขากลับไม่ประกาศเกียรติยศเรา และสุดท้ายใช้เหตุผลเรื่อง Shopee มาไล่เราออก ที่น่าตลกคือ… ทันทีที่นัตออกไป บริษัทกลับเปิดระบบ Shopeeทำเองทันที โดยใช้ไอเดียที่เราวางรากฐานไว้”
สรุป 5 ประเด็นหลักที่ “โค้ชเชษฐ์” ยอมไม่ได้
โค้ชเชษฐ์สรุปความเดือดร้อนที่ได้รับออกเป็น 5 ข้อสำคัญซึ่งประกอบไปด้วย
- ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลถูกควบคุมการแต่งกายและการใช้ชีวิตอย่างไม่เท่าเทียมในการทำธุรกิจตลอดระยะเวลา 26 ปี เมื่อเทียบกับตัวแทนในทวีปอื่น
- ขโมยทรัพย์สินทางปัญญานำองค์ความรู้ที่เราสร้างไปใช้เทรนนิ่งทั่วโลก โดยไม่มีค่าตอบแทนใด ๆ
- การผิดข้อตกลงด้านรายได้ มีการร่วมมือกันระหว่างตัวแทนระดับสูงบางกลุ่มเพื่อบีบให้พ้นทาง และยุติสัญญา
- หมิ่นประมาทและด้อยค่าจงใจไม่ประกาศเกียรติยศอันดับ 1 ราวกับไม่มีตัวตน
- ขบวนการตัดตอนยุติสัญญาอย่างไม่เป็นธรรมเพื่อลดภาระการจ่ายคอมมิชชั่นระดับสูงทั่วโลก
ความเสียหายพันล้าน และ “ศักดิ์ศรี” ของคนเป็นพ่อ
โค้ชนัตตี้ กล่าวว่า “นี่คือการคำนวณแบบขั้นต่ำที่สุด โดยคิดจากรายได้ที่คงที่ของพี่เชษฐ์จนถึงวัยเกษียณโดยไม่มีการเติบโต ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้านับรวมส่วนของนัตและการเติบโตในอนาคต มูลค่าจะสูงถึง 4-5 พันล้านบาทแน่นอน เราสูญเสียรายได้หลักหลายล้านต่อเดือนกลายเป็นศูนย์บาทในพริบตา ทั้งที่ต้องดูแลลูก 3 คน พนักงาน และครอบครัวอีกมากมาย”
โค้ชเชษฐ์ กล่าวว่า “เรื่องเงินก็ส่วนหนึ่งครับ แต่สิ่งที่ผมยอมไม่ได้คือ ‘หัวใจของลูก’ ลูกสาวถามผมว่า ‘แดดดี้โดนไล่ออกเหรอ’ ผมต้องทวงความยุติธรรมคืนมาเพื่อให้ลูกเห็นว่า พ่อของเขาคือเบอร์ 1 อย่างมีเกียรติ และไม่ได้ทำอะไรผิด”

ร้อง สคบ. – พรบ.แข่งขันทางการค้า
ทีมทนายความ ทนายวิฑูรย์ & ทนายยศกร “วันนี้เราจะเดินทางไปร้องเรียนที่ สคบ. เพื่อให้ตรวจสอบมาตรฐานความพึงธรรมของบริษัทขายตรง และในวันพรุ่งนี้จะยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เนื่องจากพบพฤติกรรมเลือกปฏิบัติและทำธุรกิจแข่งกับตัวแทน ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้า”
“นี่ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นปัญหาระดับชาติที่คนไทยถูกบริษัทข้ามชาติเอาเปรียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมหวังว่ากรณีของเราจะเป็นบรรทัดฐานให้คนไทยลุกขึ้นมาสู้เพื่อความถูกต้อง” โค้ชเชษฐ์ สุรเชษฐ์ วงศ์หล่อ กล่าว
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเรียกร้องค่าเสียหาย แต่นี่คือการท้าทายระบบ “จรรยาบรรณ” ของบริษัทขายตรงระดับแสนล้านที่ถูกตั้งคำถามว่า โปร่งใสและเป็นธรรมต่อพาร์ทเนอร์ธุรกิจจริงหรือไม่
![]()

