การผนึกกำลังในครั้งนี้ ถือเป็นการผสานโมเดลธุรกิจแบบ Asset-Light ของ KEX ที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถขยายเครือข่ายการให้บริการได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่าต้นทุน โดยการเปลี่ยนพื้นที่ยุทธศาสตร์ของ Big C ทั้งในรูปแบบ Hypermarket, Supercenter และ Big C Mini ให้เป็นจุดยุทธศาสตร์การรับส่งพัสดุ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโลจิสติกส์ (Logistics Optimization) ของ KEX ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งขับเคลื่อนการเติบโตของยอดปริมาณพัสดุ (Volume Growth) ผ่านการเข้าถึงฐานลูกค้าและผู้ประกอบการรายย่อยที่เข้ามาใช้บริการที่ Big C ในชีวิตประจำวัน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายในการจัดการพัสดุควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
นอกจากด้านการขยายเครือข่าย ทั้งสององค์กรยังเตรียมเปิดตัวแคมเปญการตลาดเชิงรุกร่วมกันในครึ่งปีหลัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นผ่านสิทธิประโยชน์และกิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก Big Point และ KEX Club โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการ SME และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ให้สามารถเข้าถึงบริการขนส่งที่ได้มาตรฐานและคุ้มค่าที่สุด เพื่อร่วมเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูและสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคธุรกิจดิจิทัลของไทยอย่างรอบด้าน