จาก “วิกฤติชีวิต” สู่ “ชีวิตที่เลือกได้” บทพิสูจน์ความสำเร็จของ “ศุภฤกษ์ เจนตระกูล”

หากพูดถึงเส้นทางแห่งความสำเร็จ หลายคนมักเชื่อว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จต้องมีต้นทุนชีวิตที่ดี มีโอกาสมากกว่าคนอื่น หรือเป็นผู้ที่เริ่มต้นก่อนเสมอ แต่เรื่องราวของ ศุภฤกษ์ เจนตระกูล ผู้นำระดับ Double Diamond Executive ของ บริษัท พีอาร์ไนน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (PR9) คือ อีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่สะท้อนให้เห็นว่า “จุดเริ่มต้นของชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่กำหนดจุดหมายปลายทาง”

เบื้องหลังความสำเร็จที่หลายคนมองเห็นในวันนี้ ชีวิตของ ศุภฤกษ์ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากแต่เต็มไปด้วยอุปสรรค ความผิดหวัง และบททดสอบที่หนักหนา จนเกือบทำให้ชีวิตต้องหยุดเดิน

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2550 เขาเป็นวิศวกรไฟฟ้าที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อมาสร้างธุรกิจของตนเอง ลงมือทำธุรกิจหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน ธุรกิจตู้หยอดเหรียญ และร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตร

แต่เมื่อวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หรือ “วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์” เข้ามา ธุรกิจที่สร้างมาหลายปีกลับได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง รายได้หายไป หนี้สินเพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นทางการเงินและเครดิตทางสังคมตกต่ำ ชีวิตเดินมาถึงจุดที่มองไม่เห็นทางออก แต่ในวันที่หลายคนอาจเลือกยอมแพ้ เขากลับได้รับโอกาสครั้งสำคัญจาก ศุภมน ทันใจ (คุณยิ่ง) ที่แนะนำให้รู้จักธุรกิจ PR9

แม้ในตอนแรกเขาจะมีอคติกับธุรกิจเครือข่าย และมองว่าไม่ใช่เส้นทางที่เหมาะกับตัวเอง แต่เมื่อชีวิตไม่มีทางเลือกมากนัก จึงตัดสินใจเศึกษาระบบอย่างจริงจัง และค้นพบว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ไม่ใช่เพียงธุรกิจ แต่คือโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่

“สิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจเลือก PR9 ไม่ใช่เพียงเรื่องผลตอบแทน แต่คือความเชื่อมั่นในองค์กร ผมประทับใจแนวทางการบริหารของ ดร.เสกข์สรร ธีระวาณิชย์ ประธานบริษัท และทีมผู้บริหาร ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล พร้อมมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาจากงานวิจัย และได้รับการยอมรับในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยชั้นนำ ทำให้ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ส่งต่อให้ผู้บริโภคเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าได้จริง”

สำหรับ ศุภฤกษ์ ความสำเร็จของธุรกิจเครือข่ายไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครเริ่มก่อนหรืออยู่ในตำแหน่งใด แต่ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของผู้ลงมือทำ เขาเริ่มต้นจากรหัสสมาชิกลำดับที่ 71,121 ซึ่งถือว่าเข้ามาในช่วงที่ธุรกิจดำเนินมาระยะหนึ่งแล้ว แต่กลับสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำระดับสูงขององค์กรได้ ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 9 ปี เขาสร้างผลงานจนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำระดับแนวหน้าของบริษัท มีรายได้สะสมมากกว่า 20 ล้านบาท ได้รับโอกาสเดินทางไปยังหลายประเทศทั่วโลก มีสุขภาพที่แข็งแรง มีครอบครัวที่อบอุ่น และมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุด เขากลับไม่ได้กล่าวถึงรายได้หรือรางวัล หากแต่เป็น “การได้เห็นตัวเองเติบโตขึ้นในทุกวัน” ทั้งในด้านความคิด ทัศนคติ ภาวะผู้นำ และการได้มีโอกาสสร้างความสำเร็จให้กับผู้คนอีกมากมาย

ปัจจุบัน เป้าหมายของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่ตำแหน่ง Double Diamond แต่ยังมุ่งมั่นก้าวสู่ตำแหน่ง Triple Diamond พร้อมพัฒนาศักยภาพของทีมงานให้เติบโตไปด้วยกัน เพราะสำหรับเขา ความสำเร็จที่แท้จริง คือการเห็นคนรอบข้างประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน

เมื่อถูกถามถึงเคล็ดลับแห่งความสำเร็จ ศุภฤกษ์ ตอบอย่างเรียบง่ายว่า ไม่มีสูตรลัดใด ๆ นอกจากการทำสิ่งพื้นฐานให้ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง เขาเชื่อว่าการแนะนำผู้คนเข้าสู่ธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ การถ่ายทอดความรู้ให้ทีมงานสามารถทำงานได้ด้วยตนเอง การเข้าร่วมระบบการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการยึดมั่นในความซื่อสัตย์ จริงใจ และการลงมือทำ คือ หัวใจสำคัญของการสร้างธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน

“ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้ว่าทุกวิกฤติล้วนซ่อนโอกาสไว้เสมอ หากเรากล้าที่จะเปิดใจและไม่ยอมแพ้ต่อสถานการณ์ เพราะวิกฤตไม่ได้มีไว้ให้เรายอมแพ้ แต่มีไว้เพื่อให้เราได้พบกับโอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม”

ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในเส้นทางแห่งความสำเร็จ ทั้งคณะผู้บริหาร ระบบการสนับสนุน ทีมงาน ผู้แนะนำ และทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพราะทุกประสบการณ์ล้วนเป็นบทเรียนที่หล่อหลอมให้ผมเติบโต แต่เหนือสิ่งอื่นใด ขอบคุณ “ตัวเอง” ที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เชื่อมั่นในเส้นทางที่เลือก และลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ จนสามารถเปลี่ยนวิกฤติครั้งใหญ่ของชีวิต ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในวันนี้

 

Loading