ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตไม่ได้เกิดจากความพร้อมตั้งแต่เริ่มต้น แต่เกิดจากหัวใจที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา เรื่องราวของ กองแพง และ พุดอานงค์ ขุนหล่อวันไซ คือบทพิสูจน์อันทรงคุณค่าของสองพลังชีวิตที่เติบโตมาจากพื้นฐานที่ต่างกัน คนหนึ่งเกิดในครอบครัวเกษตรกรรมที่มีความฝันอยากก้าวพ้นความยากลำบาก ไม่อยากทำอาชีพเกษตรกร จึงมุ่งมั่นขยันเรียนจนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 และคว้าทุนมาศึกษาต่อระดับปริญญาตรี กฎหมายแพ่ง ณ วิทยาลัยกฎหมายภาคใต้ ขณะที่อีกคนหนึ่งเติบโตมาในครอบครัวธุรกิจส่วนตัว ภาพจำตั้งแต่เด็กคือการได้เห็นผู้เป็นพ่อทำงานหนักตลอดเวลาโดยไม่มีวันหยุดพัก ในช่วงเทศกาลที่ขายดีก็ไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวไหน จนผู้เป็นพ่อปลูกฝังให้เรียนสูง ๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องลำบาก จนกระทั่งจบการศึกษาทางด้านการเงินและการบัญชี จากวิทยาลัยการเงินภาคใต้ ด้วยหวังว่าการทำงานกับตัวเลขและเงินทองจะนำพาชีวิตที่ดีมาให้
แต่เส้นทางชีวิตจริงกลับไม่ได้เป็นไปตามบทเรียนในห้องเรียน คนหนึ่งต้องดิ้นรนมองหารายได้เสริมตลอดเวลาในขณะเรียนกฎหมาย เพื่อให้มีเงินส่งตัวเองเรียนจนจบ เพราะหากไม่มีรายได้เข้ามาเสริมก็คงหมดโอกาสเอื้อมถึงปริญญา ส่วนอีกคนหนึ่งเมื่อได้เห็นรุ่นพี่ในสายงานบัญชีที่ทำงานมานานเป็นสิบปียังคงมีชีวิตที่ยากลำบาก ก็เริ่มตระหนักว่านี่ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง ชีวิตที่ต้องทำงานหนักไปตลอดเป็นสิ่งที่ไม่ปรารถนา แต่สิ่งที่ต้องการคือการเหนื่อยชั่วคราวเพื่อสบายชั่วโคตร ไม่ใช่การเหนื่อยชั่วโคตรเพื่อสบายชั่วคราว จุดเปลี่ยนสำคัญของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้น ณ หอพักนักศึกษา จากคำชวนของเพื่อนให้ลองเข้าไปฟังธุรกิจเครือข่ายคังเซน แม้ในตอนแรกจะมีความเคลือบแคลงและเคยปฏิเสธธุรกิจนี้ยาวนานถึง 2 ปี ด้วยความคิดว่าตนเองไม่เหมาะ คนที่จะทำสำเร็จได้ต้องเก่งและมีประสบการณ์สูง อีกทั้งการทำธุรกิจในความคิดดั้งเดิมต้องมีทั้งเงินทุน เวลา และประสบการณ์ แต่ทั้งสองกลับไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย ทว่าเมื่อได้เปิดใจศึกษาโมเดลธุรกิจและแผนรายได้อย่างแท้จริง แนวคิดก็เริ่มเปลี่ยนไป ทั้งสองคิดว่าหากโอกาสนี้เป็นไปได้ ชีวิตก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่หากเป็นไปไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรเสียหาย เพราะเป้าหมายของการศึกษาก็คือการทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ
ธุรกิจเครือข่ายคังเซน-เคนโก ได้เผยให้เห็นภาพชีวิตในฝันที่จับต้องได้ ทั้งการมีเวลาดูแลตัวเอง การได้ช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทางท่องเที่ยวโลกกว้าง ความมั่งคั่งมั่นคงทางการเงิน การได้ทำในสิ่งที่รัก ตลอดจนการสร้างทรัพย์สินและมรดกตกทอดให้คนรุ่นหลัง โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและไม่ต้องแบกรับความกังวล ระบบเน็ตเวิร์กกลายเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการพัฒนาคน พัฒนาแนวคิด และมอบวิธีการทำงานให้กับทุกคนที่พร้อมจะเรียนรู้และลงมือทำ ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท เพียงใช้เวลา 2 ปี 10 เดือน กองแพงก็สามารถก้าวสู่ความสำเร็จ ได้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 25 ปี และพิสูจน์ให้เห็นว่าโอกาสเป็นสมบัติของนักสู้ ความรู้นำไปสู่ความเป็นเลิศ แม้จะท้อแต่ความศรัทธายังคงนำทางจนเกิดเป็นความสำเร็จ ในขณะเดียวกัน พุดอานงค์ ก็ตัดสินใจเลือกธุรกิจคังเซน เพราะต้องการใช้เวลาช่วงสั้น ๆ ในการสร้างชีวิต แล้วใช้เวลาที่เหลือใช้ชีวิตให้เต็มที่ จึงพาตัวเองเข้าสู่ระบบและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง RCSD คนที่ 2 ของ สปป.ลาว ได้ครอบครองรถยนต์ ที่ดิน สร้างบ้าน สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน และเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในทุก ๆ ปี ซึ่งปัจจุบันท่องเที่ยวมาแล้วกว่า 8 ประเทศทั่วโลก
ความสำเร็จอันงดงามนี้เกิดขึ้นจากความกตัญญูและการมีต้นแบบที่ดี ทั้งสองท่านจึงขอบคุณผู้นำและแม่ทีมทุกท่าน ได้แก่ คุณแก้วมณีใส และคุณอุทอน นันทะลาด, คุณคำหล้า ไซยะลาด, คุณจิตรกรและคุณลำพอน ไซยะลาด, คุณบัววันและคุณปาวีณา สิดทิยม ที่คอยสั่งสอนแนวคิดและวิธีการให้อย่างต่อเนื่อง ขอบคุณ บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดร.คมศักดิ์ธนา อำพันธ์ยุทธ์ ประธานผู้ก่อตั้ง และ ดร.ณัฐพัชร์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร ตลอดจนผู้บริหารใน สปป.ลาว และเจ้าหน้าที่พนักงานทุกคนที่ทุ่มเททำงานร่วมกันอย่างหนัก
ทั้งสองกล่าวว่า “สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาหรือเริ่มต้นทำธุรกิจ การเลือกผู้ปรึกษาคือหัวใจสำคัญ จงปรึกษาคนที่ประสบความสำเร็จและอย่าปรึกษาผิดคน เพราะคนที่ประสบความสำเร็จจะรู้ทั้งวิธีสำเร็จและวิธีล้มเหลว เขาจะคอยเตือนไม่ให้เราหลงทางและชี้นำแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ในขณะที่คนที่ล้มเหลวจะรู้เพียงอย่างเดียวคือความไม่สำเร็จ ดังสุภาษิตที่ว่า ตกฝูงแร้งเป็นแร้ง ตกฝูงกาเป็นกา หากเราอยู่ในบรรยากาศของคนสำเร็จ เราก็จะประสบความสำเร็จ การตั้งเป้าหมายให้สูงถึงดวงอาทิตย์และลงมือทำอย่างสุดชีวิต แม้จะไปไม่ถึงดวงอาทิตย์ แต่อย่างน้อยเราก็ยังได้ยืนอยู่ท่ามกลางหมู่ดวงดาวที่งดงาม”
![]()

